ผู้ผลิตถุงพลาสติก ถุงช้อปปิ้ง ถุงขยะ ฉลากพลาสติก

Facebook TH EN


ข่าวและกิจกรรม

ข่าวและกิจกรรม > พีทีทีจีซี\'หวั่นสั่งซื้อปิโตรเคมีวูบ

    "พีทีทีจีซี" ผวายอดคำสั่งซื้อสินค้าปิโตรเคมีปีนี้วูบ หลังความเชื่อมั่นนักลงทุนต่างชาติลดลง เผยกำไรปีนี้อาจต่ำกว่าเป้าที่คาดว่าจะเติบโต 10% จากปัจจัยราคาพาราไซลีนปรับตัวลดลง ขณะที่ต้นทุนเชื้อเพลิงในช่วงครึ่งแรกของปีนี้เพิ่ม แต่ยังเดินหน้าลงทุนปีนี้ 2.24 หมื่นล้านบาท

    นายบวร วงศ์สินอุดม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือพีทีทีจีซี เปิดเผยถึงแนวโน้มยอดขายปิโตรเคมีในปีนี้ว่า อาจได้รับผลกระทบจากความไม่เชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อประเทศไทย เนื่องจากความไม่สงบทางการเมืองอาจทำให้ภาพของประเทศไทยอยู่ในแง่ลบ ซึ่งหากการเมืองยังคงยืดเยื้อออกไปเรื่อยๆ ความน่าเชื่อถือของไทยลดลงด้วย และยิ่งกรณีหากไทยถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือ หรือเครดิตเรตติ้ง ก็เป็นไปได้สูงที่กลุ่มบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) จะถูกปรับลดเครดิตเรตติ้งด้วยเช่นกัน

    อย่างไรก็ตาม ยอดขายสินค้ากลุ่มปิโตรเคมีของบริษัทในขณะนี้ ยังไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด เนื่องจากบริษัทยังสามารถนำเข้าและส่งออกสินค้าไปตามปกติ ซึ่งลูกค้าจะไม่ค่อยสนใจปัญหาทางการเมือง แต่สนใจว่าบริษัทสามารถจัดส่งสินค้าไปตามคำสั่งหรือไม่ แม้ว่าบริษัทจะพบปัญหาด้านการขนส่งสินค้าที่ติดขัดบ้าง แต่ยืนยันว่าการจัดส่งยังสามารถบริหารจัดการได้

    "ความน่าเชื่อถือนับว่าเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะหากลูกค้าในต่างประเทศไม่เชื่อถือบริษัทไทย ก็อาจจะหันไปสั่งสินค้าจากประเทศอื่นแทน แต่พีทีทีจีซีเตรียมตลาดสำรองไว้แล้ว โดยเฉพาะการขยายตลาดในอินโดนีเซียและจีน ดังนั้นหากความต้องการในประเทศลดลง ก็สามารถกระจายสินค้ามาขายในตลาดดังกล่าวได้ อย่างไรก็ตามบริษัทยังคาดว่าตลาดของไทยจะฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังของปี นี้"นายบวร กล่าวและว่า

    ในปีนี้ บริษัทคาดว่าแนวโน้มกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย หรืออีบิตดา จะต่ำกว่าเป้าที่ตั้งไว้ที่ 10% จากแนวโน้มราคาพาราไซลีนปรับตัวลดลง ขณะที่ปีก่อนเติบโตเพียง 2% ส่วนหนึ่งมาจากปัญหาจากเหตุการณ์ท่อรับน้ำมันดิบรั่วลงทะเลจังหวัดระยอง โรงงานเม็ดพลาสติก LDPE หยุดซ่อมเป็นระยะเวลา 77 วัน และฟ้าผ่าโรงแยกก๊าซธรรมชาติหน่วยที่ 5 นอกจากนี้อัตราแลกเปลี่ยนเมื่อปีที่แล้วยังผันผวน ส่งผลให้อีบิตดาในปี 2556 ต่ำกว่าเป้าอย่างมาก แต่ในปีนี้จะไม่มี 3 เหตุการณ์ข้างต้นแล้ว ประกอบกับทิศทางอัตราแลกเปลี่ยนก็อ่อนค่าลง คาดว่าปีนี้จะอยู่ที่ 32.5 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ เทียบกับปีที่แล้วอยู่ที่ 30.86 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ

    ขณะเดียวกันในปีนี้บริษัทได้รับปัจจัยบวกจากราคาผลิตภัณฑ์สายโอเลฟินปรับสูงขึ้น โดยเฉพาะเม็ดพลาสติก HDPE ที่คาดปีนี้ราคาอยู่ที่ 1.53 พันดอลลาร์สหรัฐฯต่อตัน จากปีก่อนอยู่ที่ 1.48 พันดอลลาร์สหรัฐฯต่อตัน, ราคาเม็ด LDPE อยู่ที่ 1.65 พันดอลลาร์สหรัฐฯต่อตัน จากปีก่อนอยู่ที่ 1.5 พันดอลลาร์สหรัฐฯต่อตัน และ ราคา LLDPE อยู่ที่ 1.52 พันดอลลาร์สหรัฐฯต่อตัน จากปีก่อนอยู่ที่ 1.48 พันดอลลาร์สหรัฐฯต่อตัน ดังนั้นภาพรวมราคาผลิตภัณฑ์ในปีนี้ค่อนข้างดีกว่าปีก่อนเล็กน้อย ยกเว้นพาราไซลีนที่อ่อนตัวลงที่เป็นตัวฉุดกำไร

    สำหรับงบลงทุนในปีนี้ บริษัทตั้งงบลงทุนที่ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท หรือบอร์ดแล้ว 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯหรือประมาณ 2.24 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นงบซ่อมบำรุงประจำปี 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และลงทุนในโครงการฟีนอล 2 อีก 400 ล้านบาท ขณะเดียวกันบริษัทยังคงงบลงทุน 5 ปี (2557-2561) ไว้ที่ 4.5-5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

    ส่วนความคืบหน้าโครงการลงทุนในปีนี้ มีโครงการร่วมทุนในอินโดนีเซีย ซึ่งพีทีทีจีซีร่วมกับเปอร์ตามีน่า ในการทำตลาดและการค้า และลงนามจัดตั้งบริษัทร่วมกัน จะมีความชัดเจนภายในกลางปีนี้ ส่วนการร่วมทุนตั้งโรงแครกเกอร์ 1 ล้านตันต่อปี คาดว่าจะสามารถเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ได้ภายในปี 2562 ส่วนการลงนามร่วมกับซิโนเคม เพื่อศึกษาการร่วมทุนในจีน ยอมรับว่าคงต้องศึกษาเรื่องนี้อีกมาก เพราะตลาดจีนมีขนาดใหญ่ ซึ่งพีทีทีจีซีคงไม่เข้าไปลงทุนโรงกลั่นน้ำมัน หรือโรงแครกเกอร์ในจีน แต่คงเป็นการทำการตลาดร่วมกันต่อไป

    นอกจากนี้นายบวร ยังกล่าวถึงกรณีที่ พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ถอนตัวจากตำแหน่งคณะกรรมการของบริษัทชุดใหม่ของพีทีทีจีซีนั้น พบว่ามาจากความสมัครใจที่จะไม่เข้ารับตำแหน่ง โดยให้เหตุผลว่ามีภาระทางการเมือง อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบคุณสมบัติของคณะกรรมการสรรหา พบว่าพล.ต.อ.วรพงษ์ ผ่านคุณสมบัติทั้งหมด

    นสพ.ฐานเศรษฐกิจ
    ประจำวันที่ 23-26 กุมภาพันธ์ 2557