ผู้ผลิตถุงพลาสติก ถุงช้อปปิ้ง ถุงขยะ ฉลากพลาสติก

Facebook TH EN


ข่าวและกิจกรรม

ข่าวและกิจกรรม > บางกอกกล๊าสทุ่ม1.5หมื่นล.คลุมอาเซียน

    บุญรอด ดันบางกอกกล๊าส ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์แก้วเบอร์หนึ่งของอาเซียน ระดมทุนในตลาดหุ้นมีนาคมนี้ เปิดแผน 5 ปี ลงทุน 1.5 หมื่นล้านบาท เป้าหมายเป็นผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ครบวงจร ทั้งขวดแก้วและบรรจุภัณฑ์ที่ไม่ใช่แก้ว

    เผยบริษัทแม่ให้นโยบายเพิ่มรายได้เท่าตัวเป็น 10 % ของทั้งกลุ่ม 2.5 แสนล้านบาทต่อปี อ้าแขนรับการร่วมทุน ควบรวม เป็นพันธมิตร

    นายปวิณ ภิรมย์ภักดี กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางกอกกล๊าส จำกัด (มหาชน)(บมจ.)( BG) ซึ่งมีบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ฯ ถือหุ้นใหญ่สัดส่วน 67.49 % ให้สัมภาษณ์ "ฐานเศรษฐกิจ" ถึงแผนการทำธุรกิจในระยะ 5 ปี (2557-2561 ) ว่า บริษัทตั้งงบลงทุน 1.5 หมื่นล้านบาท ในการเดินสู่เป้าหมายเป็นผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ครบวงจรทั้งบรรจุภัณฑ์แก้ว หรือ"กล๊าส"ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช้แก้วหรือ"นอนกล๊าส"

    สำหรับกลยุทธ์ธุรกิจจะมีทั้งการขยายกำลังการผลิตเพิ่ม หาพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อร่วมทุน(จอยต์ เวนเจอร์) และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ รวมถึงการควบรวมกิจการ(M&A)ในธุรกิจที่บริษัทยังไม่มี และเน้นขยายไปสู่ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ที่ไม่ใช่แก้วมากขึ้น อาทิ ฝาพลาสติก ฝาอะลูมิเนียม ลังพลาสติก กล่องกระดาษลูกฟูก และขวดพลาสติกชนิดอื่น เป็นต้น โดยปัจจุบันบริษัทมีสินค้าที่เป็นนอนกล๊าสประมาณ 1,000 รายการ

    **ผงาดเบอร์หนึ่งอาเซียน
    นอกจากนี้แผนลงทุนระยะยาว 5 ปี บริษัทมีเป้าหมายขยายไปสู่ตลาดภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากขึ้นเพื่อ รองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(เออีซี)ในปี 2558 อย่างไรก็ตามบริษัทยังเน้นฐานการผลิตจากประเทศไทย เนื่องจากมีต้นทุนที่ต่ำที่สุด ทั้งเรื่องระบบขนส่งและต้นทุนวัตถุดิบที่พร้อม โดยปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนรายได้จากการส่งออกประมาณ 10 % ของรายได้รวม

    สำหรับตลาดในประเทศบริษัทมีส่วนแบ่งการตลาด อันดับ 1 ที่สัดส่วน 30 % ของตลาดรวม และปี 2556 หลังจากได้ขยายเตาหลอมแก้วเพิ่มที่ จ.พระนครศรีอยุธยา จนมีกำลังการผลิตที่ระดับ 3,640 พันตันต่อวัน ก็ขยับขึ้นเป็นอันดับ 1ในอาเซียนแล้ว แม้ว่าสัดส่วนลูกค้าในปัจจุบันยังเป็นกลุ่มบริษัทบุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ประมาณ 50 % อีก 50 % ขายให้กับลูกค้าทั่วไป

    นอกจากนี้บริษัทมีสินค้าบรรจุภัณฑ์ที่ไม่ใช่ขวดแก้ว ซึ่งยอมรับว่าคู่แข่งหลายรายไม่เหมือนกลุ่มบรรจุภัณฑ์แก้วที่มีคู่แข่งน้อยราย แต่เพื่อรองรับตลาดอาเซียนบริษัทยังสามารถเลือกผลิตบรรจุภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้นได้ในกลุ่มสินค้าพรีเมียมได้ โดยปัจจุบันบริษัทมีส่วนแบ่งการตลาดนอนกล๊าส เช่น ฝาพลาสติก สัดส่วน 20 % ฝาอะลูมิเนียม 5-10 % และลังพลาสติกมาร์เก็ตแชร์ 5 % เป็นต้น

    ***แหล่งเงินทุนมาจาก 3 ช่องทาง
    ด้านแหล่งเงินทุนที่บมจ.บางกอกกล๊าสตั้งงบลงทุนในระยะ 5 ปี จำนวน 1.5 หมื่นล้านบาทนั้น เขาบอกว่าได้แบ่งช่องทางระดมทุน 3 ช่องทาง คือ เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก(ไอพีโอ) และช่องทางการกู้เงินจากธนาคารพาณิชย์ ซึ่งบริษัทมีวงเงินกู้ได้ถึง 4 พันล้านบาท เนื่องจากสัดส่วนหนี้สินต่อทุน(ดี/อี) อยู่ในระดับที่ต่ำประมาณ 0.7 เท่า จากนโยบายดำรงดี/อีไม่ให้เกิน 1-1.5 เท่า และรวมถึงการใช้กระแสเงินสดของบริษัทด้วย ซึ่งการรัดเข็มขัดยังรวมไปถึงการเพิ่มประสิทธิภาพกำลังการผลิตในปัจจุบันเพิ่มขึ้นด้วย

    ส่วนแผนการเสนอระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ ฯบริษัทได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล(ไฟลิ่ง) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.)แล้ว กำลังอยู่ระหว่างรอการอนุมัติ โดยเสนอขายหุ้นไอพีโอ 241.4 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 25 % ของจำนวนหุ้นทั้งหมด มูลค่าหุ้นที่ตราไว้(พาร์)หุ้นละ 5 บาท เบื้องต้นคาดว่าจะสามารถกระจายหุ้นและเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่ง ประเทศไทยได้ช่วงเดือนมีนาคมนี้ ทั้งนี้คงจะต้องประเมินสถานการณ์ทางการเมืองด้วย

    ด้านผลประกอบการ 9 เดือนของปี 2556 บริษัทมีรายได้รวม 1.03 หมื่นล้านบาทกำไรสุทธิ 630.24 ล้านบาท
    "เป้าหมายการเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯของบางกอกกล๊าสเพื่อเพิ่มศักยภาพ เป็นหนึ่งในผู้เล่นธุรกิจบรรจุภัณฑ์ครบวงจรที่เติบโตมีฐานใหญ่ในตลาดอาเซียน และรองรับเออีซีในระยะ1-2 ปีนั้นถือเป็นเรื่องที่ท้าทายมาก"

    นายปวิณ กล่าวว่า สำหรับเงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ บริษัทจะนำไปก่อสร้างและพัฒนาโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์ประเภทแก้วแห่งใหม่ ในจังหวัดราชบุรี รวมถึงนำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ เพื่อรองรับการขยายงานของบริษัทในอนาคต

    ***เพิ่มรายได้เป็น 10 %ของกลุ่ม
    นายปวิณ กล่าวว่าแผนธุรกิจ 5 ปี ของบริษัทจะให้ความสำคัญอย่างมากกับนอนกล๊าส ส่งผลให้ต้องทุ่มเงินลงทุนเพื่อขยายกำลังการผลิตบรรจุภัณฑ์ที่ไม่ใช่แก้วสัดส่วน 50% หรือประมาณ 7.5 พันล้านบาท ของเงินลงทุนรวม 5 ปีด้วย เพื่อเพิ่มสัดส่วนรายได้ในส่วนของบรรจุภัณฑ์ที่ไม่ใช่แก้วเป็น 40 % จากปัจจุบันที่มีสัดส่วน 15 %ของรายได้รวม และสัดส่วนบรรจุภัณฑ์แก้วจะเหลือ 60 % จากปัจจุบันอยู่ที่ 85 %

    เขากล่าวว่า ที่สำคัญภายใน 5 ปีนี้บมจ.บางกอกกล๊าส ต้องการเพื่อเพิ่มสัดส่วนรายได้ให้กับบริษัทแม่ คือ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ฯ เป็น 10 % จากปัจจุบันสัดส่วนรายได้ยังน้อยมากเพียง 5-8 % ของรายได้รวมของบริษัทแม่ซึ่งมีรายได้ประมาณ 2.5 แสนล้านบาทต่อปี
    "จากนี้ไปเป้าหมายการเติบโตของบางกอกกล๊าสจะต้องเป็นเลข 2 หลักขึ้นไป หรืออย่างน้อยๆต้องโต 10 % ต่อปี"

    ***ผงาดเบอร์หนึ่งผลิต 4.4 พันตัน
    นายปวิณกล่าวว่าในปีนี้บริษัทยังมีแผนการขยายลงทุนเพื่อสร้างเตาหลอมแก้วที่ 1 จังหวัดราชบุรี ขนาดกำลังการผลิต 320 ตันต่อวันมูลค่าลงทุน ประมาณ 1.9 พันล้านบาท คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2558 ซึ่งตามแผน 5 ปีนั้นบริษัทจะต้องขยายเตาหลอมให้ได้ 4 แห่ง สำหรับจ.ราชบุรี ส่วนกำลังการผลิตในปีนี้คาดว่าจะเพิ่มจากเตาหลอมแก้วที่ 4 จ.พระนครศรีอยุธยา อีก 450 ตันต่อวันซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างก่อสร้างและคาดว่าจะแล้วเสร็จช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ด้วยเงินลงทุนประมาณ 2 พันล้านบาท จะเพิ่มกำลังการผลิตจาก 3,640 ล้านตันต่อวันเป็น 4 ,450 ตันต่อวัน

    ภายหลังโครงการขยายกําลังการผลิตและสร้างโรงงานใหม่ดังกล่าวแล้วเสร็จจะมีโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์แก้วจํานวน 6 โรงงาน และมีเตาหลอมแก้วทั้งสิ้น 15 เตา มีกําลังการผลิตรวมเท่ากับ 4,405 ตันต่อวัน ซึ่งจะทําให้มีกําลังการผลิตบรรจุภัณฑ์แก้วที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

    ***รับยอดขายหด 2-3 %
    ส่วนผลกระทบจากความไม่สงบทางการเมืองที่มีการชุมนุม 2 เดือนเศษนั้น ยอมรับว่าส่งผลกระทบต่อบริษัทบ้างที่ทำให้ยอดขายหดตัวลงประมาณ 2-3 % แต่สาเหตุหลักคาดว่ามาจากผลของการที่ทางการปรับขึ้นอัตราภาษีเบียร์มากกว่า ผลกระทบทางการเมือง อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าปีนี้ถือเป็นปีที่บริษัทจะต้องระมัดระวังการ และมีนโยบายการ ดำเนินธุรกิจโดยรัดเข็มขัดมากขึ้น

    อนึ่งบมจ.บางกอกกล๊าส ก่อตั้งตั้งแต่ปี 25141 ดำเนินธุรกิจมากว่า 40 ปี และเป็นผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์แก้วบริษัทที่ 2 ของประเทศไทย และเป็นการร่วมทุนกับธุรกิจกลุ่มยา เพื่อที่จะผลิตขวดแก้วให้กับอุตสาหกรรมยา และต่อมากลุ่มธุรกิจบุญรอดบริวเวอรี่ ต้องการขยายฐานธุรกิจแอลกอฮอล์ต่อเนื่อง จึงมีความจำเป็นที่จะต้องการใช้บรรจุภัณฑ์แก้วเพิ่มขึ้นเท่าตัวกลุ่มธุรกิจ บุญรอดบริวเวอรี่ จึงกลายมาเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่

    โดยมุ่งเน้นการผลิตบรรจุภัณฑ์แก้วเป็นหลัก โดยผลิต และจำหน่ายให้แก่ลูกค้าในอุตสาหกรรมต่างๆ รวมถึงอุตสาหกรรมเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ และอุตสาหกรรมอาหารและยา

    นอกจากนี้ยังผลิตผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์หลากหลายประเภท สำหรับจำหน่ายในตลาดบรรจุภัณฑ์ประเภทอื่น เช่น ฝาพลาสติก ฝาจีบ ลังพลาสติก ขวดพลาสติก PET และกล่องลูกฟูก และบมจ.บางกอกกล๊าส ยังประกอบธุรกิจในด้านอื่นๆ ได้แก่ สโมสรฟุตบอล เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจหลัก

    นสพ.ฐานเศรษฐกิจ
    ประจำวันที่ 30 มกราคม - 1 กุมภาพันธ์ 2557