ผู้ผลิตถุงพลาสติก ถุงช้อปปิ้ง ถุงขยะ ฉลากพลาสติก

Facebook TH EN


ข่าวและกิจกรรม

ข่าวและกิจกรรม > เขตการค้าเสรีอาเซียน-จีน (ASEAN-China Free Trade Area)

    การจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน-จีน (ASEAN-China Free Trade Area: ACFTA) เกิดขึ้นเนื่องจากอาเซียนและจีน ได้ลงนามกรอบความตกลงความร่วมมือทางเศรษฐกิจอาเซียน-จีน (Framework Agreement on Comprehensive Economic Cooperation) เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2545 ณ กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา โดยประเทศจีนเป็นประเทศคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของอาเซียน และอาเซียนเองก็จัดเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของจีนเช่นเดียวกัน

    นอกจากนี้ เขตการค้าเสรีอาเซียน-จีนยังเป็นเขตการค้าเสรีใหญ่ที่สุดในโลก เป็นตลาดที่มีผู้บริโภคจำนวน 1.92 พันล้านคน และมีผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) คิดเป็นมูลค่ามากกว่า 10 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ โดยขอบเขตข้อตกลงครอบคลุมทั้งด้านการค้า การลงทุนและการบริการ ดังต่อไปนี้

    ด้านการค้า มีการลงนามเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2547 เพื่อกำหนดรูปแบบการลดและยกเลิกภาษีสำหรับรายการสินค้าที่ต้องเสียภาษี ซึ่งแบ่งได้เป็นรายการสินค้าปกติ ซึ่งอาเซียนเดิม 6 ประเทศ (บรูไนดารุสซาลาม อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และไทย) และจีน ได้ยกเลิกภาษีสำหรับรายการสินค้าที่ต้องเสียภาษีทั้งหมดสำหรับสินค้าปกติ แล้ว สำหรับกัมพูชา สปป.ลาว เมียนมาร์ และเวียดนามจะต้องยกเลิกภาษีสินค้าภายในวันที่ 1 มกราคม 2558 และรายการสินค้าอ่อนไหว แบ่งเป็น สินค้าอ่อนไหว (Sensitive List : SL) และสินค้าอ่อนไหวสูง (Highly Sensitive List-HSL) ซึ่งมีการลดภาษีภายในกรอบเวลาตามที่กำหนดไว้ในข้อตกลง สำหรับภาษีสินค้าอ่อนไหวจะลดลงเหลือไม่เกินร้อยละ 20 ในปี 2555 และลดลงเหลือร้อยละ 0-5 ในปี 2561 สำหรับสินค้าอ่อนไหวสูง อัตราภาษีจะลดลงเหลือไม่เกินร้อยละ 50 ภายในปี 2558

    ด้านการบริการระหว่างอาเซียนและจีน ซึ่งได้ลงนามเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2550 มีวัตถุประสงค์หลักคือ การเปิดเสรีและยกเลิกมาตรการกีดกันสำหรับการค้าบริการระหว่างประเทศสมาชิกใน การค้าบริการสาขาต่างๆ

    ด้านความตกลงด้านการลงทุน มีการลงนามเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2551 ณ กรุงเทพฯ ประเทศไทย โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะส่งเสริม และกระตุ้นให้เกิดกระแสการลงทุนเพิ่ม ซึ่งมีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2553 มุ่งที่จะสร้างบรรยากาศส่งเสริมการลงทุนให้แก่นักลงทุนทั้งจากอาเซียนและจีน นอกจากนี้ ความตกลงนี้ยังมีบทบัญญัติที่อนุญาตให้โอนและคืนกำไรในสกุลเงินที่ใช้ได้ อย่างอิสระ รวมทั้งบทบัญญัติเกี่ยวกับการจัดตั้งกลไกระงับข้อพิพาทระหว่างนักลงทุนและ รัฐซึ่งจะเป็นแหล่งช่วยเหลือในการไกล่เกลี่ยให้แก่บรรดานักลงทุน

    จากความตกลงทั้งหมดข้างต้นส่งผลให้มูลค่าการค้าระหว่างอาเซียนกับจีนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และจีนกลายเป็นตลาดส่งออกและนำเข้าที่สำคัญของประเทศสมาชิกอาเซียนส่วนใหญ่ ซึ่งรวมถึงสินค้าจากประเทศไทย เช่น ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง เคมีภัณฑ์อินทรีย์ สารแอลบูมินอยด์ พลาสติกและของที่ทำด้วยพลาสติก ผลิตภัณฑ์ยาบางชนิด หนังฟอก เครื่องจักรบางชนิด และอุปกรณ์เครื่องใช้ทางการแพทย์ด้วย

    - คอลัมน์ AEC Pedia / ฐกร ภูวสุวรรณ์
    - จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ AEC world ปีที่ 33 (1) ฉบับที่ 2,909 (44) วันที่ 29 ธันวาคม 2556 - มกราคม พ.ศ. 2557

    นสพ.ฐานเศรษฐกิจออนไลน์
    ประจำวันที่ 2 มกราคม 2557