ผู้ผลิตถุงพลาสติก ถุงช้อปปิ้ง ถุงขยะ ฉลากพลาสติก

Facebook TH EN


ข่าวและกิจกรรม

ข่าวและกิจกรรม > พลาสติกในมือหมอ

    ภาระหมอนอกจากรักษาคนไข้ ยังต้องคิดค้นนวัตกรรมเพื่อยกระดับการรักษาให้มีคุณภาพ และคนไข้ได้เข้าถึงเทคโนโลยีที่ดีราคาถูก

    'มีดผ่าตัดด้ามพลาสติก' นวัตกรรมในมือหมอได้จากการผสมผสานวิทยาการทางการแพทย์ ความก้าวหน้าทางวัสดุศาสตร์และประสบการณ์ของ "ผศ.นพ.สุนทร วงษ์ศิริ" แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกและข้อแห่งมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เพื่อประโยชน์ของผู้ป่วยนิ้วล็อค/นิ้วชาจากพังผืดกดรัดเส้นประสาท

    ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่เปิดโอกาสให้พลาสติกเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในชีวิตประจำวัน รวมถึงการประยุกต์ใช้ทางการแพทย์มากขึ้นเรื่อยๆ เช่น สายสวนหัวใจ กระบอกฉีดยา ภาชนะบรรจุน้ำยาล้างไต ทดแทนวัสดุจากแก้ว ซึ่งทำให้ต้นทุนในการดูแลรักษามีราคาแพง

    พลาสติกกับการแพทย์
    นพ.สุนทร รับทราบภาระค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดรักษาอาการชาที่มือจากพังผืดกดรัดเส้นประสาท ส่วนหนึ่งเป็นค่าต้นทุนนำเข้ามีดผ่าตัดซึ่งมีราคาหลักแสนต่อเล่ม และเป็นเหตุให้ผู้ป่วยส่วนหนึ่งเข้าไม่ถึงการรักษาโดยเร็ว จึงคิดหาช่องทางลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับห้องผ่าตัด

    กระทั่งเกิดไอเดียที่จะนำพลาสติกมาพัฒนาเป็นด้ามมีดสำหรับงานผ่าตัด เพื่อลดต้นทุนค่าวัสดุ จากเดิมที่ใช้มีดสแตนเลสนำเข้าในราคาหลักแสนต่อเล่ม

    เขานำโจทย์ปัญหาเข้าหารือกับทีมวิจัยเอสซีจี ซึ่งมีความชำนาญด้านการแปรรูปเม็ดพลาสติก โดยมีเงื่อนไขว่า ด้ามมีดนั้นต้องคงรูปเมื่อผ่านการต้มด้วยน้ำร้อน ไม่เปลี่ยนทรวดทรงเมื่อสัมผัสกับน้ำยาฆ่าเชื้อโรครวมถึงหลังใช้รังสีแกมมาฆ่าเชื้อโรค

    การนำพลาสติกมาพัฒนาเป็นวัสดุทางการแพทย์จำเป็นต้องทำวิจัยและพัฒนาด้วยความใส่ใจ โดยเฉพาะเทคนิคการผลิตตัวด้ามของมีดผ่าตัด เพื่อให้ได้มีดผ่าตัดที่มีองศาการใช้งานสอดรับกับการใช้งานจริงของแพทย์ โดยที่ใบมีดที่ติดอยู่กับด้ามมีดต้องไม่หลุดแยกออกมานพ.สุนทร กล่าว

    การวิจัยดังกล่าวทำให้ได้ด้ามมีดออกมาหลายเวอร์ชั่น ล้วนนำมาใช้งานจริงได้ทั้งหมดด้วยคุณสมบัติที่ต่างกัน เช่น ด้ามสำหรับมีดผ่าตัดเอ็นข้อมือ เอ็นนิ้วล็อค รักษาอาการเท้าบวม รวมถึงบางโรคที่ใช้เทคนิคการผ่าตัดแบบแผลเล็ก ขณะนี้ทีมวิจัยพัฒนาด้ามต้นแบบสำเร็จ และอยู่ระหว่างการขยายผลสู่สถานพยาบาลอื่นๆ ทั่วประเทศ

    มีดผ่าตัดจากพลาสติกมีโอกาสทางการตลาด เพราะที่ผ่านมาในประเทศไทยไม่เคยมีใครพัฒนามาก่อน แต่เป้าหมายที่แท้จริงของการวิจัยครั้งนี้คือ การลดการนำเข้าเครื่องมือแพทย์รวมถึงเพิ่มโอกาสให้สถานพยาบาลในต่างจังหวัดก็สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีได้ในงบประมาณที่จำกัดนพ.สุนทร กล่าว

    ทั้งนี้ งานวิจัยดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างนักวิจัยมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ บริษัท เอสซีจี โพลิโอเลฟินส์ จำกัด และสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ด้วยงบประมาณในการวิจัยและพัฒนาต้นแบบมีดผ่าตัดจากพลาสติกประมาณ 2 ล้านบาท สำหรับยกระดับอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์และลดการพึ่งพาวัสดุทางการแพทย์ที่นำเข้าจากต่างประเทศ

    เอสซีจีเปิดประสบการณ์ใหม่
    ยุทธนา เจียมตระการ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสซีจี โพลิโอเลฟินส์ จำกัด ในเอสซีจี เคมิคอลส์ กล่าวว่า ประเทศไทยส่งออกพลาสติกปีหนึ่งกว่าแสนล้านบาท และนำเข้าปีละกว่าแสนล้านบาทเช่นกัน โดยส่งออกเม็ดพลาสติก แต่นำเข้าพลาสติกในรูปแบบของเครื่องมือแพทย์

    ปัจจุบันเอสซีจีมีทีมดีไซน์เนอร์ที่รองรับงานออกแบบและพัฒนาวัสดุพลาสติกตอบโจทย์ที่ลูกค้า ด้วยประสบการณ์ในอุตสาหกรรมเคมีมากว่า 20 ปี แต่สำหรับงานวิจัยด้านพลาสติกทางการแพทย์ ถือเป็นความท้าทายโดยต้องคิดค้นทั้งเทคนิคการผลิต การคงสภาพผลิตภัณฑ์ให้คงรูปตลอดอายุการใช้งาน รวมถึงควบคุมการผลิตให้ได้มาตรฐานตลอดกระบวนการผลิตเพื่อให้ได้อุปกรณ์ที่ลดต้นทุนการนำเข้า แต่คุณภาพไม่ต่างกับผลิตภัณฑ์นำเข้า

    ความท้าทายของการพัฒนาอุปกรณ์การแพทย์อยู่ที่ การควบคุมการผลิตให้ได้ชิ้นงานที่มีคุณภาพทุกชิ้น เพราะถ้าพลาดหมายถึงชีวิตของคนไข้ในมือแพทย์ก็มีความเสี่ยงเกิดขึ้นได้เช่นกัน ด้วยเหตุนี้ในการวิจัยจึงร่วมกับแพทย์เก็บข้อมูลตลอดการทำงานในห้องผ่าตัด เพื่อดูองศาการใช้งานและความต้องการใช้งานของแพทย์ จากนั้นค่อยๆ ออกแบบด้ามมีดจากพลาสติกให้สอดรับกับการใช้งานจริง

    งานวิจัยดังกล่าวเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับเอสซีจี ด้านการพัฒนาพลาสติกให้เป็นอุปกรณ์การแพทย์ เพราะจะทำให้รู้ถึงขั้นตอนการผลิต ต้องเข้มงวดในการผลิตมากแค่ไหน และอะไรที่พลาดไม่ได้เลย ในอนาคตหากประเทศไทยได้เป็นศูนย์กลางการแพทย์อย่างที่ตั้งใจ เอสซีจีจะเป็นอีกบริษัทหนึ่งที่พร้อมให้บริการชาวต่างชาติผู้บริหารเอสซีจีกล่าว

     

    นสพ.กรุงเทพธุรกิจ
    ประจำวันที่ 29 พฤศจิกายน 2556