ผู้ผลิตถุงพลาสติก ถุงช้อปปิ้ง ถุงขยะ ฉลากพลาสติก

Facebook TH EN


ข่าวและกิจกรรม

ข่าวและกิจกรรม > 5 ปีไทยผุดอีโคอินดัสตรี 8 หมื่นโรงงานเร่งออกกฎกระทรวงคุมมลพิษสารอินทรีย์อุปกรณ์

    "กรมโรงงานอุตสาหกรรม" ดันสุดตัว 5 ปีหน้าจัดแถวทั่วประเทศ 8 หมื่นโรงงาน เข้ามาตรฐาน "อีโค-อินดัสตรี" สำเร็จ ปี'55 ชูโปรเจ็กต์ "CSR-DIW" ปลุกกระแสผู้ประกอบการใหม่ร่วมวง 500 ราย ลุยออกกฎกระทรวงใหม่คุมสารอินทรีย์อุปกรณ์โรงงานนายอาทิตย์ วุฒิคะโร อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า วางกลยุทธ์อีก 5 ปีข้างหน้าเตรียมยกระดับโรงงานทั่วประเทศพัฒนาเป็นนิคมเชิงนิเวศ (Eco Industry) ในระดับที่ 1 (Green commitment) ลดและป้องกันผลกระทบสู่ภายนอกให้ครบทั้ง 80,000 แห่ง โดยเริ่มต้นจากโรงงานแต่ละแห่งต้องลดการปล่อยของเสียสู่ภายนอก โดยลงทุนนำเทคโนโลยีสะอาดเข้ามาสู่กระบวนการผลิตสินค้า ก่อนจะขยายผลไปสู่ระดับ 2 ปฏิบัติการสีเขียว (Green Activity) สามารถขอใบรับรองมาตรฐานได้ในสาขาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง

    ขณะนี้กรมอุตสาหกรรมโรงงานโหมโครงการอุตสาหกรรมสีเขียวอย่างต่อเนื่อง โดยให้ผู้ประกอบการมีความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างมีส่วนร่วม (CSR-DIW) ตั้งเป้าปีนี้ภายในอีก 8 เดือนข้างหน้าจะสร้างโรงงานก้าวเข้าสู่ความสำเร็จทั้งหมด 710 แห่ง

    มุ่งเน้นกลุ่มโรงงานเปิดใหม่ขนาดกลางและย่อม (SMEs) ทั่วประเทศมากที่สุดถึง 500 แห่ง กลุ่มโรงงานเก่าอีก 210 แห่ง เพื่อขยับต่อไปสู่ระดับ 3 พัฒนาระบบสีเขียว (Green System) มุ่งเข้าสู่กระบวนการผลิตได้ครบทั้ง 3 R คือ Re-use นำผลิตภัณฑ์กลับมาปรับปรุงใช้ใหม่ Reduce ลดการใช้ทรัพยากรที่ก่อให้เกิดความสิ้นเปลือง Recycle นำของเหลือมาเข้ากระบวนการผลิตทำสินค้าใหม่คุณภาพดี ระดับ 4 สร้างวัฒนธรรมสีเขียว โดยมีสำนักงานมาตรฐาน

    อุตสาหกรรมทำหน้าที่กำหนดเกณฑ์ และระดับ 5 การสร้างเครือข่ายให้ชุมชนรอบโรงงานยอมรับได้ (Green Network) "ช่วงเวลาเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการโรงงานทั่วประเทศเข้าระบบ อุตสาหกรรมเชิงนิเวศนั้นคงจะไม่ทันการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ปี 2558 เพราะเหลือเวลาอีกไม่ถึง 3 ปี แต่หน่วยงานภาครัฐอย่างกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม จับมือกับเอกชนกลุ่มหลักคือ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เร่งรณรงค์ เผยแพร่ ส่งทีมเจ้าหน้าที่เข้าไปแนะนำ ตั้งคลินิกให้ความช่วยเหลือ เพื่อเร่งให้โรงงานเกือบทุกแห่งพัฒนาตัวเองให้เร็วที่สุด

    นายอาทิตย์กล่าวว่า คณะกรรมการพิจารณาและปรับปรุงเขตประกอบการอุตสาหกรรม อนุมัติให้ออกกฎระเบียบฉบับใหม่ล่าสุดเรื่องประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติในการควบคุมสารอินทรีย์จากอุปกรณ์โรงงานอุตสาหกรรม พ.ศ. 2555 ผ่านการลงนามจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมเรียบร้อยแล้ว เมื่อ 3 เมษายน 2555 ขณะนี้รอประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อให้มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการต่อไป

    ทั้งนี้ ธุรกิจที่จะได้รับผลกระทบทันทีคือกลุ่มปิโตรเคมี พลาสติก และอุตสาหกรรมหนักสาขาต่าง ๆ แต่ทางกรมโรงงานอุตสาหกรรมพยายามจะเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ เพื่อกระตุ้นผู้ประกอบการ ลงทุนนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมเข้ามาใช้ในกระบวนการผลิต เพื่อประโยชน์ระยะยาวของทุกโรงงาน และที่เป็นห่วงมากที่สุดคือกลุ่มโรงงานเอสเอ็มอียังปรับตัวช้า จึงต้องจัดทีมงานเข้าไปช่วยเหลือแนะนำเรื่องการบังคับใช้กฎระเบียบใหม่อยู่ตลอด

    นายนิกร สุศิริวัฒนนนท์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า แรงกดดันจากการเปิดตลาดเออีซีที่เพิ่มความเข้มข้นทางด้านกฎระเบียบ การผลิต การค้า ภาคอุตสาหกรรม เป็นกลไกเร่งให้เอกชนจะต้องเดินเคียงข้างกับภาครัฐเพื่อสร้างเครือข่ายชุมชนอุตสาหกรรมเชิงนิเวศให้สัมฤทธิผลทุกด้าน ขณะนี้สมาชิก ส.อ.ท.ซึ่งมีกว่า 40 กลุ่มอุตสาหกรรม ต่างก็ต้องเร่งปรับและเปลี่ยนเทคโนโลยีหันมาใช้อุปกรณ์และเครื่องจักรที่ให้ความสำคัญด้านการรักษาสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก

    กลุ่มที่สามารถเดินหน้าพัฒนาอุตสาหกรรมสีเขียวได้เร็วที่สุดคือ ยานยนต์และชิ้นส่วน กลุ่มโรงกลั่น กลุ่มพลาสติกและปิโตรเคมี กลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก เพราะบทเรียนจากนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง จุดชนวนนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติหันมาดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง

    อย่างไรก็ตาม ยังคงมีอุตสาหกรรมกลุ่มเกษตรแปรรูปในชุมชนจะต้องเพิ่มความเข้มข้นสร้างความเข้าใจกับเกษตรกรซึ่งต้องการให้เข้าไปลงทุนเปิดโรงงานแปรรูปสินค้า แต่ในทางกลับกันก็ต้องการความมั่นใจด้านความปลอดภัยจากมลพิษต่าง ๆ ที่จะตามมาด้วย รวมถึงเทรนด์ของผู้ใช้และผู้บริโภคในปัจจุบันและอนาคตให้ความสำคัญกับเรื่องสิ่งแวดล้อมมาก

    นสพ.ฐานเศรษฐกิจ
    ประจำวันที่ 2-4 สิงหาคม 2555