ผู้ผลิตถุงพลาสติก ถุงช้อปปิ้ง ถุงขยะ ฉลากพลาสติก

Facebook TH EN


ข่าวและกิจกรรม

ข่าวและกิจกรรม > เปิดแผนเอสซีจีผงาด AEC ปั้นธุรกิจดาวรุ่ง “เคมิคอลส์”

    ธุรกิจแถวหน้าอย่าง”ปูนซิเมนต์ไทย” หรือ “เอสซีจี” ได้ทุ่มเทปูพรมเตรียมความพร้อมและนำพาประเทศผงาดขึ้นเป็นผู้นำ “ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน” (AEC) ครอบคลุมในหลายด้านรวมถึงจะต้องเป็นกำลังสำคัญขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ให้เติบโตอย่างมีประสิทธิภาพด้วย
    ล่าสุด “กานต์ ตระกูลฮุน” กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือเอสซีจี เปิดเผยว่า ได้เร่งเดินหน้าพัฒนาสินค้า HVA โดยบริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด บริษัทในเครือร่วมทุนกับ Mitsui Chemicals Tohcello, Inc หรือ MCTI จัดตั้งบริษัท Siam Tohcello, Co., Ltd. หรือ STC เพื่อผลิตฟิล์มพลาสติก LLDPE (สินค้าขึ้นรูป) ที่มีความแข็งแรงสูง ซึ่งจัดเป็นสินค้าในกลุ่ม HVA คิดเป็นมูลค่าเงินลงทุนรวม 1,400 ล้านบาท เอสซีจี เคมิคอลส์ เข้าถือหุ้น 45% ส่วนเอ็มซีทีไอถือ 55% ตั้งเป้ากำลังการผลิตไว้ปีละ 15,000 ตัน มีโรงงานอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ด จ.ระยอง ภายในต้นปี 2557 จะเริ่มเดินเครื่องจักรผลิต

    ส่วนแผนการลงทุนโครงการนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งในการมุ่งผลักดันยอดขายเอชวีเอ ซึ่งช่วงไตรมาสแรกปีนี้สามารถทำยอดขายครองส่วนแบ่งได้ถึง 34% ของยอดขายรวม คิดเป็นมูลค่า 35,154 ล้านบาท เพิ่มขึ้นช่วงเดียวกันกับปีที่ผ่านมาถึง 25% ที่น่าสนใจคือสินค้าเอชวีเอเติบโตสูงขึ้นอย่างมากต่อเนื่องมาตลอด 8 ปี ตั้งแต่ปี 2547 กระทั่งปี 2554 ยอดขายรวมเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 90% เติบโตถึง 14 เท่า ส่วนสินค้า commodity เติบโตราว 34%

    เอสซีจีได้วางแผนขยายธุรกิจในอาเซียนรองรับการก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนโดยมองไปข้างหน้าด้วยกลยุทธ์การเข้าไปลุยให้ครอบคลุมทุกกลุ่ม จาการใช้บริษัทไทยพลาสติกและเคมีภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) หรือ TPC เป็นหัวหอกเข้าซื้อหุ้นบริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายท่อพลาสติกในเวียดนาม 2 แห่งคือ บริษัท Binh Minh Plastics Joint Stock Company (BMP) 16.73% ของหุ้นทั้งหมด และบริษัท Tien Phong Plastic Joint Stock Company (NTP) ถือในสัดส่วน 22.67%

    ขณะที่บริษัท เอสซีจี ซิเมนต์ จำกัด (มหาชน) ได้ซื้อกิจการกลุ่ม Boral Indonesia (BI) ผู้นำธุรกิจคอนกรีตผสมเสร็จของอินโดนีเซีย มีโรงงานตั้งอยู่ที่เกาะชวาและเกาะสุมาตรา อินโดนีเซีย ทั้งหมด 40 แห่ง เริ่มเข้าไปบริหารงานช่วงไตรมาส 2 ปีนี้เป็นต้นไป

    การต์อธิบายว่า หากประเมินภาพรวมแล้วธุรกิจของเอสซีจีในอาเซียนเติบโตอย่างรวดเร็ว เห็นได้จากจำนวนพนักงานประจำนอกประเทศมีประมาณ 10,000 คน ซึ่งคิดเป็น 26% ของทั้งหมด จากเป้าที่ตั้งไว้ 25% ของจำนวนพนักงานทั้งหมดในปีนี้

    สำหรับผลการดำเนินงานเมื่อเร็วๆ นี้ เอสซีจีประกาศรายได้ในไตรมาสแรกปี 2555 มีรวม 102,884 ล้านบาทเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันกับปีที่ผ่านมาเติบโต 11% เป็นผลมาจากปริมาณการขายเพิ่มขึ้น บวกกับราคาสินค้าในแต่ละธุรกิจดีขึ้น

    คาดการณ์ไตรมาส 2 จะมีปริมาณการค้าเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน ทำกำไร 5,972 ล้านบาท ลดลง 35% สาเหตุมาจากส่วนต่างกำไร (margin) ของธุรกิจเคมีภัณฑ์ลดลงเพราะกำลังการผลิตปิโตรเคมีในตลาดโลกผลิตได้เกินและสวนทางกับความต้องการซึ่งลดลงด้วย แต่ถ้าเทียบกับไตรมาส 4 ปีที่ผ่านมากำไรเพิ่มขึ้น 87% อันเนื่องมาจากธุรกิจซีเมนต์และสินค้าก่อสร้างฟื้นตัวจากวิกฤตน้ำท่วม ส่งผลให้การขายเพิ่มขึ้น 17%

    โดยภาพรวมแล้วธุรกิจของเอสซีจีในอาเซียนนอกเหนือจากในไทยมีรายได้จากการขาย 6,367 ล้านบาท หรือ 6% รายได้รวม เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันกับปีก่อน 21% ปัจจุบันสินทรัพย์รวมของบริษัทและบริษัทย่อย ณ วันที่ 31 มีนาคม 2555 มี 386,780 ล้านบาท เฉพาะเอสซีจีมีสินทรัพย์รวมในอาเซียนมูลค่า 52,904 ล้านบาท หรือประมาณ 14% ของสินทรัพย์รวมของบริษัทมีทั้งสิ้น 385,780 ล้านบาท

    นสพ.ประชาชาติธุรกิจ
    ประจำวันที่ 30 เมษายน - 2 พฤษภาคม 2555