ผู้ผลิตถุงพลาสติก ถุงช้อปปิ้ง ถุงขยะ ฉลากพลาสติก

Facebook TH EN


ข่าวและกิจกรรม

ข่าวและกิจกรรม > ศรีไทยเตรียมขึ้นเมลามีน 10%

    ศรีไทยฯ เตรียมขึ้นราคาเมลามีน 10% เม.ย.นี้ รับต้นทุนพุ่ง ตั้งงบลงทุน 1,000 ล้าน มุ่งประเทศเพื่อนบ้านหนีค่าแรงพุ่ง

    นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ เปิดเผยว่า ในเดือนเม.ย.นี้บริษัทจะปรับขึ้นราคาผลิตภัณฑ์เมลามีนอีก 10% จากต้นทุนค่าแรงที่เพิ่มขึ้นตามนโยบายรัฐบาล ขณะเดียวกันอยู่ระหว่างการพิจารณาปรับราคาผลิตภัณฑ์พลาสติก เพราะต้นทุนวัตถุดิบที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน ในช่วงไตรมาสที่ 2 จากปัญหาระหว่างอิหร่านและสหรัฐ ทำให้ราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้น

    นอกจากนี้จะศึกษาขยายโรงงานผลิตผลิตภัณฑ์เมลามีนและพลาสติกในประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้นทั้งเวียดนามและพม่า เนื่องจากปัญหาขาดแคลนแรงงาน โดยล่าสุดได้ลงทุนสร้างโรงงานพลาสติกที่เวียดนาม มูลค่า 300 ล้านบาท โดยจะใช้วิธีเพิ่มทุนอีก 65 ล้านบาท ในบริษัท ศรีไทย เวียดนาม จากทุนจดทะเบียน 270 ล้านบาท ทั้งนี้ โรงงานพลาสติกดังกล่าว มีสัญญาผลิตกับบริษัทน้ำอัดลมยักษ์ใหญ่ 3 ปี คาดว่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้น 600 ล้านบาท จากที่ผ่านมาโรงงานที่เวียดนามมีรายได้ 350 ล้านบาท

    “ในอนาคต เราจะใช้โรงงานผลิตที่ประเทศเวียดนาม ผลิตเพื่อการส่งออกด้วย เพราะปัจจุบันกำลังการผลิตในประเทศไม่เพียงพอ โดยกำลังพิจารณาเพิ่มเครื่องจักรอีก 20 เครื่อง จากปัจจุบันมี 20 เครื่อง รวมทั้งกำลังติดตามเงื่อนไขการลงทุนในประเทศพม่าอย่างใกล้ชิด เพราะเป็นประเทศที่มีแรงงานจำนวนมาก ซึ่งปัจจุบันนี้บริษัทก็ใช้แรงงานจากพม่ากว่า 600 คน และกัมพูชาอีก 700 คน สำหรับโรงงานในประเทศ”นายสนั่นกล่าว

    สำหรับแนวโน้มความต้องการผลิตภัณฑ์พลาสติกและเมลามีนในประเทศมีสูงมาก เนื่องจากโรงงานคู่แข่งในประเทศ 4-5 รายได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม จะกลับมาผลิตได้อีกครั้งในช่วงไตรมาส 2 ขณะที่กลุ่มจาน ชาม, ถังบรรจุภัณฑ์สีและถาดวางสินค้าที่เป็นพลาสติก และบรรจุภัณฑ์ด้านอาหารและเครื่องดื่ม เป็นที่ต้องการมากส่วนหนึ่งเป็นผลจากน้ำท่วม โดยศรีไทยฯ ต้องสั่งซื้อเม็ดพลาสติกจากจีนเข้ามาเพื่อรองรับความต้องการในประเทศ

    นายสนั่น กล่าวว่า ปีนี้บริษัทตั้งงบลงทุนรวม 1,000 ล้านบาท แบ่งเป็นกลุ่มธุรกิจเมลามีนกว่า 100 ล้านบาท โดยเปิดโรงงานใหม่ที่จ.นครราชสีมา ชื่อบริษัท โคราชไทยเทค ผลิตเมลามีนเพื่อการส่งออกไปตลาดยุโรปและอเมริกา ใช้งบลงทุนธุรกิจพลาสติก 500-600 ล้านบาท ที่เหลือเป็นการลงทุนในธุรกิจเครือข่ายเอสเนเจอร์ 150 ล้านบาท และการลงทุนในต่างประเทศ โดยคาดว่าปีนี้บริษัทจะมียอดขายรวม 7,800 ล้านบาท เพิ่มจากปีก่อนที่มียอดขายรวม 6,695 ล้านบาท ต่ำกว่าเป้าที่วางไว้ 6,700 ล้านบาท

    ทั้งนี้ สำหรับธุรกิจเครือข่ายเอสเนเจอร์ จะขยายตลาดในภูมิภาคอาเซียนเพิ่มอีกในปีนี้ ได้แก่ กัมพูชาและอินโดนีเซีย และจะขยายให้ครบ 10 ประเทศในภูมิภาคนี้ รวมทั้งประเทศจีนด้วย โดยคาดว่าจะมีรายได้จากธุรกิจเครือข่ายเอสเนเจอร์ 460 ล้านบาทในปีนี้ เพิ่มจากปีก่อนที่มีรายได้ 353 ล้านบาท และคาดว่าจะมีสมาชิกไม่ต่ำกว่า 1 แสนคน

    นสพ.โพสต์ทูเดย์
    ประจำวันที่ 25 มกราคม 2555