ผู้ผลิตถุงพลาสติก ถุงช้อปปิ้ง ถุงขยะ ฉลากพลาสติก

Facebook TH EN


ข่าวและกิจกรรม

ข่าวและกิจกรรม > แนวโน้มธุรกิจผลิตภัณฑ์ \"พลาสติกชีวภาพ\"มาแรง เปิดลองตลาดงานบีโอไอแฟร์

    งาน บีโอไอแฟร์ 2011 ที่จัดขึ้นที่อิมแพ็ค เมืองทองธานีในปีนี้ พลาสติกชีวภาพเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่มีแนวโน้มที่ดี หลังจากที่สมาคมอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพไทย และสำนักนวัตกรรมแห่งชาติ ได้ผลักดันให้เกิดการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกชีวภาพในงานบีโอไอแฟร์ 2011 ในขณะนี้

    ดร.พิพัฒน์ วีระถาวร นายกสมาคมอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพไทย กล่าวว่า สำหรับผลิตภัณฑ์พลาสติกชีวภาพมีการผลิตเพื่อใช้ในงานบีโอไอแฟร์ 2011 จำนวนถึง 2 ล้านชิ้น ต้นทุนในการผลิตกว่า 3 ล้านบาท นับเป็นการพัฒนาในเชิงพาณิชย์ งานแรกสำหรับปีนี้

    และหลังจากโครงการ นี้แล้ว ทางสมาคมยังจะมีโครงการในเชิงลึกมากขึ้น โดยจะขยายไปยังอีเวนต์ต่าง ๆ งานคอนเสิร์ตของค่ายเพลงต่าง ๆ และเจาะตลาดโรงแรมและนักท่องเที่ยวที่เข้าใจเรื่องอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอยู่ แล้ว

    "ในแง่ของผู้ผลิต ภาคเอกชนถ้าไม่ผลิตและจำหน่ายจำนวนมากก็จะไม่คุ้มต้นทุน ซึ่งหากมีจำนวนการใช้มากก็จะทำให้ต้นทุนในการผลิตถูกลง โดยปัจจุบันราคาขายของผลิตภัณฑ์พลาสติกชีวภาพจะสูงกว่าราคาผลิตภัณฑ์พลาสติก ทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นหลอด ช้อน จาน ถ้วย เช่น ถ้วยจากโฟมราคาใบละ 2.30 บาท ราคาของถ้วยพลาสติกชีวภาพใบละ 3 บาท ซึ่งตรงนี้หากตลาดเกิดก็จะทำให้ราคาถูกลง"

    โดยในระยะแรกนี้จะมีการนำเข้าเม็ดพลาสติกชีวภาพเข้ามา เพื่อนำมาผลิตและประชาสัมพันธ์ให้คนรับรู้มากขึ้น

    สำหรับ โครงการนำร่องในการใช้ผลิตภัณฑ์พลาสติกชีวภาพ ทางสมาคมได้ผลิตถุงขยะรณรงค์ให้ร้านค้า โรงแรมในเกาะเสม็ดหันมาแยกขยะใส่ถุงพลาสติกชีวภาพเพื่อนำไปทำปุ๋ยต่อไป นอกจากนี้ยังร่วมกับทาง กทม.ลดการใช้ถุงพลาสติก โดยการส่งเสริมให้ร้านค้าหันมาใช้ถุงพลาสติกชีวภาพมากขึ้น ในกรมควบคุมมลพิษจะมีการผลักดันร่วมกับทางสมาคม ในการทำแผนเพื่อให้คนหันมาลดการใช้พลาสติกมากขึ้น

    ในปีนี้สิ่งที่จะ มีการต่อยอดในเชิงพาณิชย์จากทางสมาคมก็คือ การสร้างมาตรฐานให้เกิดขึ้น เช่น การตรวจสอบในเรื่องของการสลายตัว เป็นต้น ล่าสุดอยู่ในกระบวนการพิจารณาของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์ อุตสาหกรรม คาดว่าจะแล้วเสร็จและประกาศใช้ภายในปี 2556 ส่วนการรับรองมาตรฐานจากต่างประเทศ ทางสมาคมได้ติดต่อสถาบัน Din Certo เพื่อให้เข้ามารับรองมาตรฐานในเดือนมิถุนายน 2555 นี้

    เรื่องที่ 2 ที่ทางสมาคมเตรียม ดำเนินการในปีนี้ก็คือ การพัฒนาห้องปฏิบัติการเพื่อใช้ตรวจสอบคุณภาพ มาตรฐาน โดยติดต่อสถานที่ไว้ 3 แห่งคือ ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) กรมวิทยาศาสตร์บริการ และสถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
    และ 3 การพัฒนาเรื่องของโรงงานนำร่อง ซึ่งทาง สนช.และภาคเอกชนจะมีการร่วมทุนกันเพื่อสร้างโรงงานนำร่องขึ้น โดยปลายเดือนมกราคม 2555 นี้ จะมีเอกชนที่เข้ามาร่วมทุนกับทาง สนช.และจะใช้เวลาในการก่อสร้างโรงงานนำร่องเพื่อผลิตเมล็ดพลาสติกจากอ้อยและ มันสำปะหลังเป็นเวลา 1.5-2 ปี และจากปัญหาอุทกภัย ทำให้ กระบวนการคัดสรรเอกชน การก่อสร้างและการผลิต คลาดเคลื่อนไปจากเดิมคือจะต้องผลิตได้ในปี 2556

    สำหรับการจัด ตั้งโรงงานนำร่อง (pilot plants) ตามแผนที่ทาง สนช.กำหนดไว้ จะต้องมีกำลังผลิต 1,000-10,000 ตัน/ปี สามารถดำเนินการผลิตได้ภายใน 3 ปี (2554-2556) โดยเห็นควรให้รัฐบาลสนับสนุนงบประมาณจำนวน 300 ล้านบาท ภายใต้กรอบวงเงินที่คณะรัฐมนตรีเคยอนุมัติไว้เดิม 1,800 ล้านบาท เพื่อร่วมลงทุนในสัดส่วนเอกชนร้อยละ 70 และภาครัฐร้อยละ 30 (งบประมาณเอกชนสนับสนุนโครงการนำร่อง 3 ปี เป็นเงิน 1,700 ล้านบาท)

    นสพ.ประชาชาติธุรกิจ
    ประจำวันที่ 12-15 มกราคม 2555