ผู้ผลิตถุงพลาสติก ถุงช้อปปิ้ง ถุงขยะ ฉลากพลาสติก

Facebook TH EN


News Events

News & Events > แห่ขอตั้งโรงงานใหม่เพิ่มสวนทางการเมือง

    กรมโรงงานฯชี้ สถานการณ์การเมืองยังไม่ส่งผลกระทบความเชื่อมั่นการตั้งโรงงาน เผย ม.ค.-ก.พ.มียอดนักลงทุนแห่ยื่นขอตั้งโรงงานใหม่และขยายกิจการเพิ่ม 1.8 พันราย ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มโซลาร์รูฟท็อป ขณะที่เงินลงทุนของโรงงานที่ประกอบกิจการใหม่ 2 เดือนพุ่งขึ้นมาที่ 3.7 หมื่นล้านบาท ส่วนยอดปิดโรงงานปรับตัวลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน

    นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม(กรอ.) เปิดเผยกับ"ฐานเศรษฐกิจ"ถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนจากผลกระทบการชุมนุมทาง การเมืองว่า หากพิจารณาจากการยื่นคำขอตั้งโรงงานอุตสาหกรรมในช่วงเดือนมกราคมถึง กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พบว่ายังอยู่ภาวะปกติที่ภาคเอกชนยังให้ความสนใจ และได้ยื่นคำขอมาจำนวน 1.126 พันราย และอนุญาตไปจำนวน 559 ราย ขณะที่การขอขยายกิจการมีจำนวน 705 ราย ได้รับการอนุญาต จำนวน 358 ราย รวมการยื่นคำขอจำนวน 1.831 พันราย ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการขออนุญาตติดตั้งผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บน หลังคาอาคารและโรงงานหรือโซลาร์รูฟท็อป รวมถึงกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์จากพืช กลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร กลุ่มผลิตภัณฑ์อโลหะ เป็นต้น และส่วนใหญ่จะตั้งโรงงานอยู่ในต่างจังหวัด เป็นการสะท้อนให้เห็นว่าผู้ประกอบการยังมีความมั่นใจที่จะลงทุน สาเหตุหนึ่งอาจจะมาจากไม่ได้กังวลต่อสถานการณ์ทางการเมืองมากนัก และการยื่นคำขอมาก่อน เพื่อรอการพิจารณา โดยมองว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเพียงระยะสั้นเท่านั้น

    ขณะเดียวกันยังพบว่าในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมามีโรงงานที่ประกอบกิจการใหม่จำนวน 625 ราย ปรับตัวลดลงเล็กน้อย 7 % เทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 677 ราย แต่ในส่วนของเงินลงทุนกลับพบว่ามีสัดส่วนเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 3.725 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.18 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 2.952 หมื่นล้านบาท โดยมีการจ้างแรงงานอยู่ที่ 1.38 หมื่นคน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 5.72 % มีเม็ดเงินลงทุนสูงใน 5 อันดับแรกจะอยู่ในกลุ่มของอุตสาหกรรมผลิตยานพาหนะและอุปกรณ์รวมทั้งซ่อมยานพาหนะและอุปกรณ์ มีจำนวนถึง 63 ราย เงินลงทุนสูงถึง 5.834 พันล้านบาท รองลงมาเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์โลหะ จำนวน 60 ราย เงินลงทุน 2.027 พันล้านบาท กลุ่มผลิตภัณฑ์อโลหะ 65 ราย เงินลงทุน 1.872 พันล้านบาท กลุ่มผลิตภัณฑ์พลาสติก จำนวน42 ราย เงินลงทุน 1.67 พันล้านบาท และกลุ่มผลิตภัณฑ์จากพืช จำนวน 52 ราย เงินลงทุน 1.52 พันล้านบาท

    "โรงงานที่ขยายกิจการในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมามีจำนวน 63 ราย ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 37.62 % จากที่อยู่ในระดับ 101 ราย แต่ในส่วนของเม็ดเงินลงทุนกลับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 8.258 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของก่อนที่มีอยู่ 5.55 พันล้านบาท ก่อให้เกิดการจ้างแรงงานเพิ่มขึ้น 4.85 พันคน ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มพลาสติก จำนวน 12 ราย เงินลงทุน 1.09 พันล้านบาท และกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารจำนวน 11 ราย เงินลงทุน 2.583 พันล้านบาท "

    นายณัฐพล กล่าวอีกว่า ส่วนโรงงานที่ขอเลิกกิจการมีสัดส่วนลดน้อยลงมีจำนวน 111 ราย คิดเป็นเม็ดเงินลงทุน 1.364 พันล้านบาท เลิกจ้างงาน 7.3 พันคน เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนมีการเลิกกิจการ 185 ราย เงินลงทุน 2.53 พันล้านบาท เลิกจ้างงาน 7.98 พันราย ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตยานพาหนะและอุปกรณ์รวมทั้งซ่อมยานพาหนะ และอุปกรณ์ จำนวน 23 ราย เงินลงทุน 224 ล้านบาท รองลงมาเป็นกลุ่มแปรรูปไม้และผลิตภัณฑ์จากไม้ 15 ราย เงินลงทุน 54 ล้านบาท แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าในช่วง 2 เดือนนี้ มีกลุ่มสิ่งทอที่เลิกกิจการ 3 ราย เงินลงทุน 423 ล้านบาท กระทบกับคนงาน 460 คน และกลุ่มผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์มีจำนวน 1 ราย เม็ดเงินลงทุน 100 ล้านบาท แต่กระทบต่อการจ้างงานถึง 3.3 พันคน

    "สำหรับจำนวนเรื่องร้องเรียนที่กรอ.ได้รับในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมานั้น พบว่ามีจำนวน 66 เรื่อง โดยได้รับการร้องเรียนปัญหากลิ่นเหม็นจากโรงงานมากที่สุดจำนวน 36 เรื่อง ซึ่งเกิดจากโรงงานทั่วไปถึง 30 เรื่อง รองลงมาเป็นปัญหาเสียงดังจากโรงงานทั่วไป 27 เรื่อง ปัญหาฝุ่นละอองจำนวน 21 เรื่อง จากโรงงานทั่วไป 17 เรื่อง ปัญหาไอสารเคมี จำนวน 18 เรื่อง จากโรงงานทั่วไป 15 เรื่อง ปัญหาควันเสีย จำนวน 17 เรื่อง ปัญหานำเสีย 13 เรื่องและปัญหาการสั่นสะเทือน 12 เรื่อง เป็นต้น ทั้งนี้กรอ.ได้สั่งดำเนินคดีไปแล้ว 1 เรื่อง ให้ดำเนินการแก้ไขปรับปรุง 3 เรื่อง และให้อุตสาหกรรมจังหวัดเข้าไปดูแล 21 เรื่อง โดยมีเรื่องที่ได้รับการยุติแล้วจำนวน 19 เรื่อง "

    นสพ.ฐานเศรษฐกิจ
    ประจำวันที่ 9-12 มีนาคม 2557