ผู้ผลิตถุงพลาสติก ถุงช้อปปิ้ง ถุงขยะ ฉลากพลาสติก

Facebook TH EN


News Events

News & Events >

    นายวิวรรธน์ เหมมณฑารพ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ปัญจวัฒนาพลาสติก จำกัด (มหาชน) หรือ PJW เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของบริษัทในปีนี้ ยังคงยืนยันเป้าหมายรายได้รวมเติบโต 25% จากปีก่อนที่มีรายได้ 1,643.68 ล้านบาท โดยการเติบโตในปีนี้มาจากการขยายตัวของยอดขายบรรจุภัณฑ์ทุกกลุ่ม ทั้งนมและนมเปรี้ยว น้ำมันหล่อลื่น อุปโภคบริโภค การเกษตร และชิ้นส่วนพลาสติกที่ใช้ในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยกลยุทธ์ตอนนี้ บริษัทพยายามทำยอดขายแต่ละไตรมาสให้ใกล้เคียงกัน เพื่อที่รายได้จะได้ไม่ปรับลดลงเมื่อถึงช่วงโลว์ซีซั่น ซึ่งโดยปกติแล้ว ยอดขายจะสูงสุดในไตรมาส 1 และไตรมาส 4 ส่วนไตรมาส 2 และไตรมาส 3 จะค่อนข้างต่ำ แต่หลังปรับกลยุทธ์โดยการกระจายยอดขายในบรรจุภัณฑ์แต่ละประเภทไม่ให้ต่างกันมาก ทำให้ยอดขายปีนี้ ทั้งไตรมาส 1-2 และไตรมาส 3 จะไม่ต่างกันมาก

    “สิ่งสำคัญที่ทำคือการกระจายยอดขายในแต่ละบรรจุภัณฑ์ ไม่ให้แตกต่างกันมาก ทำให้สามารถบริหารต้นทุนได้ และยอดขายแต่ละไตรมาสก็จะใกล้เคียงกัน ไม่ได้ต้องไปเกี่ยวข้องกับฤดูกาล” นายวิวรรธน์ กล่าว

    ทั้งนี้ ปัจจุบัน บริษัทมีโรงงาน 4 แห่ง แบ่งเป็นในประเทศ 3 แห่ง และที่ประเทศจีน 1 แห่ง อย่างไรก็ตาม หากในอนาคตลูกค้าของบริษัทมีการขยายฐาน การผลิตไปยังประเทศในกลุ่มอาเซียน บริษัทก็พร้อมที่จะขยายฐานการผลิตโดยไปตั้งโรงงานในต่างประเทศ เพื่อสนับสนุน ลูกค้า ซึ่งที่มองไว้คือ สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และเวียดนาม เพราะบริษัทมีความพร้อมเรื่องเงินทุนอยู่แล้ว สำหรับลูกค้าหลักๆ ของบริษัทมี 4 กลุ่ม แต่ที่ใหญ่สุดคือกลุ่มน้ำมันเครื่อง และยานยนต์

    “การตั้งโรงงานใหม่ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว รอดูแค่ว่าลูกค้าจะตัดสินใจอย่างไร เขาดู น้ำท่วม การเมือง และนโยบายเศรษฐกิจว่าเป็นอย่างไร รอดูสิ้นปีนี้ ถ้าโอเค เขาก็อยู่ในไทย ใช้ฐานในไทยต่อไป แต่ถ้าไม่ดีเขาย้ายฐานไปที่อื่น เราก็ไปตั้งโรงงานผลิตชิ้นส่วนพลาสติกได้ ไม่มีปัญหา ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของลูกค้าเป็นหลัก” นายวิวรรธน์ กล่าว

    สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจของบริษัท คาดว่าในเดือนตุลาคมนี้ จะมีความ ชัดเจนเรื่องการเจรจากับลูกค้ารายใหม่ในประเทศจีน ซึ่งขณะนี้ยังอยู่เพียงขั้นตอนการเจรจา ประมาณ 2-3 ราย ยังไม่มี การสรุปแต่อย่างใด ซึ่งหากได้ข้อสรุปแล้ว ก็จะประเมินอีกครั้งว่าจะช่วยเพิ่มยอดขายในปีหน้าได้มากน้อยเพียงใด เพราะกว่าจะเริ่มลงทุน เดินเครื่องจักร ทุกอย่าง ต้องใช้เวลา คาดว่าประมาณ 3-4 เดือน

    “ตอนนี้แค่เจรจา ยังไม่ 100% คาด ว่าภายในเดือนตุลาคมนี้ก็จะทราบเบื้องต้นว่าศักยภาพของบริษัทที่ดิวกับลูกค้าจะออกมาเป็นอย่างไร และหากมีลูกค้าใหม่ จะเพิ่มยอดขายปีหน้ากี่เปอร์เซ็นต์ อย่างไร ก็ตาม ยอดขายจากจีนยังไม่หวือหวามากนัก แต่คาดหวังในปี 2557 มากกว่า” นายวิวรรธน์ กล่าว

    ทั้งนี้ ยอดขายชิ้นส่วนพลาสติกสำหรับยานยนต์ของบริษัทในปีนี้ เติบโตค่อนข้างมาก เนื่องจากโครงการรถคันแรก ประกอบกับยอดสั่งซื้อที่อั้นมาจากปลายปีที่แล้วที่สนับสนุนให้ตลาดรถยนต์เติบโต จึงส่งผลดีต่อบริษัทด้วย และคาดว่าปีนี้ยอดขายจากชิ้นส่วนพลาสติกให้กลุ่มยานยนต์จะเติบโต 30-50% จากปีที่แล้ว เช่นเดียวกับยอดขายบรรจุภัณฑ์ของนมและนมเปรี้ยวที่น่าจะเติบโต 20-30% จากปีก่อน ตามการบริโภคนมที่ดีขึ้น ในขณะที่บรรจุภัณฑ์ของน้ำมันหล่อลื่นก็ยังเติบโตตามจีดีพี และอุตสาหกรรมรถยนต์ อย่างไรก็ตาม สัดส่วนรายได้หลักอันดับแรก ยังคงเป็นบรรจุภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่น ตามด้วยบรรจุภัณฑ์นมและนมเปรี้ยว และ ชิ้นส่วนพลาสติกสำหรับยานยนต์

    นสพ.สยามธุรกิจ
    ประจำวันที่ 26-28 กันยายน 2555