ผู้ผลิตถุงพลาสติก ถุงช้อปปิ้ง ถุงขยะ ฉลากพลาสติก

Facebook TH EN


News Events

News & Events > ดร.พิรุฬห์ เหมมณฑารพ กระจายเวลาการลงทุนเพื่อผลตอบแทนในเวลาที่ต่างกัน

    สมัยนี้คนส่วนมากเริ่มที่จะมาสนใจการออมเพื่อเกษียณมากขึ้น เพื่อที่จะไม่เป็นภาระของลูกหลานในอนาคต รัฐบาลก็มีการออกกองทุนเพื่อการเกษียณมากขึ้นเพื่อเป็นการช่วยกระตุ้นให้คนเกิดการออม ซึ่งถือว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญ ไม่เช่นนั้นเราจะพบคนสูงอายุเป็นภาระกับลูกหลานเยอะ ยิ่งในสังคมปัจจุบันมีแนวโน้มการมีลูกน้อยลง ยิ่งถ้ามีลูกคนเดียวจะดูแลทั้งครอบครัวคงไม่ไหว ไม่เหมือนอย่างในอดีตที่พ่อแม่มีลูก 5 คน พอโตขึ้นก็ช่วยกัน ถ้าหากพ่อแม่ไม่มีการออมเลย ภาระจะตกอยู่ที่ลูกหลานมาก ฉะนั้นเรื่องการออมเพื่อเกษียณเป็นเรื่องที่จำเป็นมาก นอกจากเพื่อตัวเองแล้ว ยังอาจเป็นเงินทุนให้ลูกหลานในอนาคตได้อีกด้วย

    "ดร.พิรุฬห์ เหมมณฑารพ" รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปัญจวัฒนาพลาสติก จำกัด (มหาชน) เป็นอีกคนหนึ่งที่ให้ความสนใจในเรื่องของการออม ได้มาเปิดเผยถึงวิธีการออมและเคล็ดลับในการลงทุน ที่ทุกคนสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้

    ดร.พิรุฬห์ เล่าว่า การออมหลักๆ ของผมคือการซื้อกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) และกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) แบบเต็มจำนวน ซึ่งหลังจากหักภาษีแล้วคิดเป็นประมาณ 50% ของเงินเดือนที่ต้องซื้อทุกปี ส่วนที่เหลือก็เป็นค่าใช้จ่ายภายในครอบครัว เงินส่วนที่เหลือหากรวมกับได้เงินปันผลจากธุรกิจ ก็จะเริ่มจัดสรรการลงทุน

    นอกจากนี้ ก็ยังมีรายได้เสริมด้วยการเป็นอาจารย์พิเศษด้านการบริหารจัดการให้นักศึกษาปริญญาโท รับบรรยายตามหน่วยงาน ทำให้เราสามารถที่จะมีเงินไปลงทุนได้อีก และยังมีเงินอีกส่วนหนึ่งที่มาจากภรรยา เพราะค่าใช้จ่ายในบ้านผมเป็นคนดูแลทั้งหมด เพราะฉะนั้นเงินทั้งหมดของภรรยาก็คือเงินออมและเงินลงทุน

    การลงทุนของผมนั้นก็มีหลายประเภท นอกจากการซื้อ LTF RMF เพื่อเป็นการออมแล้ว ยังมีการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นการซื้อคอนโดมิเนียมตามแนวรถไฟฟ้าและซื้อที่ดิน มีการลงทุนกับของสะสม เช่น นาฬิกา พระเครื่อง เหรียญทอง เพราะถือว่า ของสะสมก็เป็นสิ่งที่จะเพิ่มมูลค่าในอนาคต ส่วนการลงทุนในตลาดหุ้นภรรยาผมจะเป็นคนดูแล เพราะตัวผมเองไม่มีเวลาพอที่จะติดตามได้อย่างใกล้ชิด

    ดร.พิรุฬห์ บอกต่อว่า สำหรับตนเองนั้นการลงทุนหลายประเภทไม่ถือว่าเป็นการ กระจายความเสี่ยง ในมุมผมถือเป็นการกระจายในเรื่องของระยะเวลาการลงทุน เพื่อให้ได้ผลตอบแทนในเวลาที่ต่างกัน เช่น การซื้อ LMF RTF ก็รอผลตอบแทนหลังเกษียญ ถ้าซื้อเหรียญทองอาจจะเก็บประมาณ 10-20 ปีมูลค่าก็จะสูงขึ้น ถ้าเป็นหุ้นก็อาจจะมีทั้งที่เป็นระยะสั้นและระยะยาว ที่เป็นอสังหาฯก็มีทั้งแบบปล่อยให้เช่าและเก็งกำไร ซึ่งแต่ละการลงทุนก็จะได้ผลตอบแทนที่กลับมาต่างช่วงเวลากันไป

    สำหรับเกณฑ์ในการเลือกการลงทุน ตนเองจะดูโอกาสและจังหวะการลงทุน ถ้าตลาดหุ้นมีแนวโน้วที่ดี ก็จะเทเงินไปที่ตลาดหุ้น แต่ถ้าอสังหาฯเริ่มจะบูม ก็โยกเงินจากหุ้นมาลงอสังหาฯ มองว่าการลงทุนตามจังหวะเวลานั้นจะได้ผลตอบแทนที่มากกว่าการลงทุนแบบสัดส่วน เพราะการลงทุนแบบสัดส่วนเหมือนกับเราไปกำจัดจำนวนเงินในการลงทุนไว้ ถ้าบางจังหวะมีการลงทุนอย่างอื่นที่ได้ผลตอบแทนที่มากกว่าเราก็จะเสียโอกาสตรงนั้นไป

    หลังจากนี้ คิดว่าถ้ามีโอกาสอยากจะทำธุรกิจบางอย่างอาจจะเป็นธุรกิจแฟรนไชส์สักอย่างหนึ่ง ที่จะมีผลตอบแทนพอสมควรมาช่วยในเรื่องค่าใช้จ่ายภายในบ้าน เพื่อที่จะได้เอาเงินจากรายได้ประจำมาลงทุนได้อย่างเต็มที่ เป็นการหาช่องทางทำเงินให้เกิดประโยชน์ด้วย

    ก่อนจบการพูดคุย ดร.พิรุฬห์ ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า การออมนั้น นอกจากทำให้เรามีเงินเพื่อที่จะมาลงทุนแล้ว ยังทำให้เรามีความมั่งคั่ง และมีความมั่นคงมากขึ้น ถ้าเราหยุดทำงานวันนี้อย่างน้อยก็มีเงินออมที่จะมารองรับ แต่ถ้าเราใช้เงินอย่างสุรุ่ยสุร่ายมาตลอด ถ้าวันหนึ่งที่เราอยากจะหยุดทำงาน เราก็จะไม่สามารถทำได้ ไม่เพียงแค่นั้น แทนที่ลูกหลานเราจะเก็บเงินไว้เพื่อลงทุน อาจจะต้องใช้เงินนั้นมาดูแลเราแทน ถ้าเราไม่มีการออมไว้เลย

    สำหรับแนวทางในการออมนั้น อย่างแรกเลยคือต้องไม่มีหนี้ เพราะถ้ามีหนี้ เงินที่ออมได้มาก็ต้องปลดหนี้ก่อน ในเรื่องของการออม ผมว่าก็อยู่ที่กำลังของแต่ละคนว่าจะมีฐานเงินเดือนเท่าไหร่ ถ้าออมมากเกินไปจะเดือดร้อนหรือไม่ พอออมได้ระยะหนึ่งก็เริ่มหาการลงทุน โดยศึกษาตัวเองก่อนว่าเหมาะกับการลงทุนประเภทไหน รับความเสี่ยงได้เท่าไหร่

    แต่ละคนก็ต้องดูความสามารถของตัวเองในการที่จะออม หรือลงทุน เพราะการทำอะไรมากไปอาจจะทำให้เราเดือดร้อน และมีความเสี่ยง เดินทางเส้นกลางดีที่สุด อย่าทำอะไรสุดโต่ง การลงทุนมีความเสี่ยงก็ต้องมีการศึกษาหาข้อมูลก่อน ก็ต้องมีการบริหารจัดการให้ดี เงินในอนาคตเราก็ต้องมีออมไว้ ปัจจุบันก็ต้องหาเพิ่มเข้ามาด้วย

    นสพ.สยามธุรกิจ
    ประจำวันที่ 16-19 มิถุนายน 2555