ผู้ผลิตถุงพลาสติก ถุงช้อปปิ้ง ถุงขยะ ฉลากพลาสติก

Facebook TH EN


ข่าวและกิจกรรม

ข่าวและกิจกรรม > จับตาอุตฯ พลาสติกไทยไตรมาส 2

    ชี้อุตสาหกรรมถุงพลาสติกไทย ไตรมาส2 เอื้อส่งออก ทั้งราคาวัตถุดิบอ่อนตัวลง และอัตราแลกเปลี่ยนหนุน พร้อมเด้งรับอานิสงส์ตลาดส่งออก หลังเศรษฐกิจอเมริกาฟื้น ยันไม่ปรับเป้าขายทั้งปี ชี้ตลาดในประเทศไม่สะเทือนมาก มีสัดส่วนขายแค่กว่า 10%

    นายสมศักดิ์ บริสุทธนะกุล กรรมการผู้จัดการบริษัท อุตสาหกรรมถุงพลาสติกไทย จำกัด ผู้ผลิตถุงหูหิ้ว (ถุงพลาสติก)และถุงขยะ เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า กำลังจับตาดูทิศทางเศรษฐกิจไตรมาส 2 น่าจะเอื้อต่อการส่งออกมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะราคาวัตถุดิบน่าจะอ่อนตัวลงมา หลังจากที่ก่อนหน้านี้ราคาวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง จะยิ่งทำให้ต้นทุนรวมถูกลง ประกอบกับค่าบาทที่อ่อนค่าทำให้เอื้อต่อการส่งออก แต่ขณะเดียวกันก็ยังต้องเฝ้าระวังด้วย เนื่องจากมีช่วงของค่าเงินผันผวนอยู่เป็นระยะ ทำให้บริษัทและลูกค้าต้องบริหารความเสี่ยงโดยการปรับราคาสินค้าขึ้นลงตามราคาวัตถุดิบเป็นรายไตรมาส ส่วนการสั่งซื้อสินค้าจากคู่ค้าต่างประเทศจะทำสัญญากันเป็นปีต่อปี และเป็นรายไตรมาส

    ทั้งนี้มองโดยรวม บริษัทได้รับอานิสงส์จากตลาดส่งออกมากขึ้นโดยเฉพาะตลาดหลัก อย่างอเมริกาที่เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวแล้ว หลังจากที่มีการจับจ่ายและการจ้างงาน ภายในประเทศมากขึ้น ขณะที่ตลาดยุโรปก็ไม่ได้ตกต่ำลงจากเดิมยังคงทรงๆตัวอยู่ โดยบริษัทมีสัดส่วนส่งออกมากกว่า 80% ไปยังตลาดหลัก คืออเมริกา ยุโรป ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น ที่เหลือเป็นตลาดอื่นๆ โดยรวมลูกค้าจากตลาดส่งออกอยู่ในมือราว 40-50 ราย จึงมั่นใจว่าปีนี้แม้เจอวิกฤติการเมือง ก็ไม่ทำให้บริษัทต้องปรับเป้ายอดขายรวมทั้งปี และหากจะกระทบก็น่าจะเกิดขึ้นกับตลาดภายในประเทศมากกว่า แต่ในช่วงที่ผ่านมายังไม่มีสัญญาณใดที่บอกว่าจะกระทบต่อยอดขายในประเทศที่มี กว่า 10%

    อย่างไรก็ตามเมื่อปลายปีที่แล้วตั้งเป้าว่า ปี2557 บริษัทและบริษัทในเครือจะมียอดขายรวม 4,100-4,200 ล้านบาท เทียบกับปีก่อนที่มียอดขาย 3,900 ล้านบาท ขณะนี้จะไม่มีการปรับเป้าขายใหม่ เพราะมั่นใจว่าจะดำเนินกิจการได้ตามแผน และคาดว่าในช่วงไตรมาส 2 ปีนี้เริ่มมีความชัดเจนจากการฟื้นตัวของตลาดโลก ปัจจุบัน บริษัทมีการผลิตถุงหูหิ้วจำนวน 4 หมื่นตันต่อปี ผลิตถุงขยะ 2 หมื่นตันต่อปี โดยถุงขยะจะมีแนวโน้มเติบโตได้เร็วกว่าถุงหูหิ้ว เนื่องจากที่ผ่านมา ถุงหูหิ้วใช้ 1 ครั้งทิ้ง แต่มีผู้บริโภคจำนวนมาก จะนำไปใช้เป็นถุงขยะอีกทอดหนึ่ง แต่ระยะหลังเริ่มมีหลายประเทศประกาศห้ามใช้ถุงหูหิ้ว ส่วนใหญ่นำถุงมาจากบ้าน ทำให้ความต้องการใช้ถุงขยะมีมากขึ้น

    "อย่างไรก็ตามภาพรวมตลาดภายในประเทศจะได้รับผลกระทบจากปัญหาการเมือง จากนโยบายประชานิยมของรัฐบาลตั้งแต่รถคันแรก บ้านหลังแรกที่ทำให้คนนำเงินในอนาคตมาใช้ โดยจะเห็นว่าไตรมาสแรกปีนี้ธุรกิจรถยนต์เริ่มส่งสัญญาณลบ ก็ต้องติดตามว่าจะต่อเนื่องถึงไตรมาส 2 หรือไม่"

    สำหรับความต้องการใช้ถุงหูหิ้วในประเทศมีประมาณ 5 แสนตันต่อปี ขณะที่กำลังผลิตรวมภายในประเทศมีมากกว่า 5 แสนตันต่อปี ส่วนถุงขยะกำลังผลิตภายในประเทศไม่ชัดเจน แต่มีความต้องการใช้ในประเทศประมาณ 10% ของความต้องการใช้ถุงหูหิ้ว

    นสพ.ฐานเศรษฐกิจ
    ประจำวันที่ 20-22 กุมภาพันธ์ 2557