ผู้ผลิตถุงพลาสติก ถุงช้อปปิ้ง ถุงขยะ ฉลากพลาสติก

Facebook TH EN


ข่าวและกิจกรรม

ข่าวและกิจกรรม > บีโอไอไฟเขียวส่งเสริมลงทุน 11 โครงการ มูลค่ารวม5,227.6ล้านบาท

    ม.ร.ว.พงษ์สวัสดิ์ สวัสดิวัตน์ รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาโครงการตามมาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อฟื้นฟูการลงทุนจากวิกฤตอุทกภัยได้อนุมัติให้การส่งเสริมการลงทุนแก่ 11 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม 5,227.6 ล้านบาท

    โดยมี 6 ราย จะลงทุนในพื้นที่เดิม เพราะมั่นใจในแผนบริหารจัดการน้ำของรัฐบาล และมี 2 รายเป็นโครงการลงทุนใหม่ที่ย้ายเข้ามาลงทุนในพื้นที่ที่เคยท่วม ส่วนอีก 3 รายที่เคยประสบภัยขอย้ายไปที่ใหม่ เพื่อบริหารความเสี่ยงทางธุรกิจ บริหารจัดการขนส่ง (logistic) รวมทั้งการอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าและบริษัทในเครือมากขึ้น


    โดยทั้ง 11 โครงการ ประกอบด้วย

    1.กิจการผลิตขนมขบเคี้ยว ของบริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด มูลค่าเงินลงทุน 2,387 ล้านบาท โดยโครงการนี้เป็นการขยายกิจการของบริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด และได้รับการส่งเสริมตามาตรการสำหรับโครงการใหม่ในพื้นที่ประสบอุทกภัย ทั้งนี้เนื่องจากโรงงานที่จังหวัดลำพูนใช้พื้นที่เต็มแล้ว จึงไม่สามารถขยายการผลิตได้ จึงมาตั้งโรงงานใหม่ที่สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อให้อยู่ใกล้กับคลังสินค้าของลูกค้าหลักในภาคกลาง

    2. กิจการผลิตขนมขบเคี้ยว ของบริษัท ไทยกูลิโกะ จำกัด มูลค่าเงินลงทุน 250 ล้านบาท โดยโครงการนี้เป็นการขยายกิจการในพื้นที่เดิมของไทยกูลิโกะ เพื่อรองรับความต้องการในประเทศที่มีมากขึ้น รวมทั้งขยายการส่งออกผลิตภัณฑ์กูลิโกะไปยังมาเลเซียและสิงคโปร์ ซึ่งได้รับการส่งเสริมตามมาตรการสำหรับโครงการใหม่ในพื้นที่ประสบอุทกภัย โดยจะลงทุนในสวนอุตสาหกรรมบางกะดี จังหวัดปทุมธานี

    3. กิจการผลิตเครื่องจักร สำหรับใช้ในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ของบริษัท นิเด็ค แมทชีนเนอรี่ (ประเทศไทย) จำกัด มูลค่า 3.8 ล้านบาท ได้รับส่งเสริมตามมาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อฟื้นฟูกิจการจากวิกฤตอุทกภัย โดยย้ายกิจการจากสวนอุตสาหกรรมโรจนะ ไปตั้งใน จังหวัดปทุมธานี

    4. กิจการเคลือบผิวชิ้นงานโลหะ สำหรับใช้ในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ ของบริษัท บี เอส คามิยะ จำกัด มูลค่า 60 ล้านบาท ได้รับส่งเสริมตามมาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อฟื้นฟูกิจการจากวิกฤตอุทกภัย โดยตั้งกิจการในที่ตั้งเดิม คือ นิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

    5. กิจการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ สำหรับใช้ผลิต ฮาร์ด ดิสก์ ไดรฟ์ ของบริษัท ชินเอ พรีซิชั่น (ประเทศไทย) จำกัด มูลค่า 327 ล้านบาท ได้รับส่งเสริมตามมาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อฟื้นฟูกิจการจากวิกฤตอุทกภัย โดยตั้งกิจการในที่ตั้งเดิมที่ สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

    6. กิจการผลิตชิ้นส่วนโลหะ สำหรับใช้ผลิต ฮาร์ด ดิสก์ ไดรฟ์ ของบริษัท เซคชั่น เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด มูลค่าเงินลงทุน 1,139 ล้านบาท ได้รับส่งเสริมตามมาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อฟื้นฟูกิจการจากวิกฤตอุทกภัย โดยตั้งกิจการในที่ตั้งเดิมที่ สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

    7. กิจการผลิตกระจกสำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ของบริษัท เอจีซี อิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด มูลค่า 890 ล้านบาท ได้รับส่งเสริมตามมาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อฟื้นฟูกิจการจากวิกฤตอุทกภัย โดยจะย้ายกิจการจากเดิมที่ตั้งในสวนอุตสาหกรรมโรจนะ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ไปตั้งที่เขตอุตสาหกรรมของ สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง ที่จังหวัดลำพูน

    8. กิจการผลิตชิ้นส่วนโลหะ สำหรับผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ ของบริษัท ซิงเกิ้ล พอยท์ พาร์ท (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) มูลค่าเงินลงทุน 85 ล้านบาท ได้รับส่งเสริมตามมาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อฟื้นฟูกิจการจากวิกฤตอุทกภัยโดยตั้งกิจการในที่ตั้งเดิมที่ สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

    9. กิจการผลิตชิ้นส่วนพลาสติก สำหรับผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ ของบริษัท เซ็นต์-เอ็นจิเนียริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด มูลค่าลงทุน 62 ล้านบาท ได้รับส่งเสริมตามมาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อฟื้นฟูกิจการจากวิกฤตอุทกภัยโดยตั้งกิจการในที่ตั้งเดิมที่ สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

    10. กิจการผลิตสายไฟสำหรับผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า ของบริษัท เอม อิเล็กทริค (ประเทศไทย) จำกัด มูลค่าเงินลงทุน 20 ล้านบาท ได้รับส่งเสริมตามมาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อฟื้นฟูกิจการจากวิกฤตอุทกภัยโดยตั้งกิจการในที่ตั้งเดิมที่ อำเภอบางประหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

    11. กิจการผลิตกล่องกระดาษลูกฟูก และพาเลทจากกระดาษลูกฟูก ของบริษัท ยามาดาน (ไทยแลนด์) จำกัด เงินลงทุน 3.8 ล้านบาท ได้รับส่งเสริมตามมาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อฟื้นฟูกิจการจากวิกฤตอุทกภัยโดยจะย้ายกิจการจากสวนอุตสาหกรรมโรจนะ ไปตั้งที่จังหวัดชลบุรี

    รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า ก่อนหน้านี้คณะอนุกรรมการพิจารณาโครงการเพื่อฟื้นฟูการลงทุนจากวิกฤตอุทกภัย ได้อนุมัติให้การส่งเสริม 6 โครงการที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย เพื่อเดินหน้าฟื้นฟูการลงทุน รวมมูลค่าเงินลงทุน 4,403 ล้านบาท โดย 5 ใน 6 ราย จะลงทุนในพื้นที่เดิม เพราะมั่นใจในแผนบริหารจัดการน้ำของรัฐบาล

    ด้านนางอรรชกา สีบุญเรือง เลขาธิการบีโอไอ กล่าวว่า ที่ผ่านมา กระทรวงอุตสาหกรรมและบีโอไอได้พิจารณากำหนดมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการและฟื้นฟูการลงทุนจากวิกฤติอุทกภัย ทั้งมาตรการยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักรที่นำเข้ามาทดแทนเครื่องจักรที่เสียหายจากอุทกภัย มาตรการสำหรับผู้ประกอบการที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย มาตรการสำหรับนิคมหรือเขตอุตสาหกรรมที่จะลงทุนเพื่อก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพื่อป้องกันอุทกภัย และมาตรการสำหรับโครงการลงทุนใหม่ในพื้นที่ประสบอุทกภัย

    "หลังจากการพิจารณาอนุมัติโครงการในวันนี้ จะมีโครงการที่ยื่นขอรับส่งเสริมภายใต้มาตรการสำหรับผู้ประกอบการที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยรอการพิจารณาอนุมัติอีก 42 โครงการ และมีโครงการใหม่ในพื้นที่ประสบอุทกภัย รอการพิจารณาอนุมัติอีก 19 โครงการ" เลขาธิการบีโอไอกล่าว

    ปัจจุบัน มีบริษัทที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย ได้รับการอนุมัติให้นำเข้าเครื่องจักรมาทดแทนเครื่องที่เสียหาย รวม 426 โครงการ รวมมูลค่าเครื่องจักร 97,176 ล้านบาท และมีโครงการลงทุนยื่นขอรับส่งเสริมภายใต้มาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับความเสียหาย รวมทั้งมาตรการสำหรับนิคมหรือเขตอุตสาหกรรมที่จะลงทุนก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน และโครงการลงทุนใหม่ในพื้นที่ประสบอุทกภัย รวม 78 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม 41,489 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นถึงการฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรมได้อย่างชัดเจน

    นสพ.ฐานเศรษฐกิจออนไลน์
    ประจำวันที่ 22 มิถุนายน 2555