ผู้ผลิตถุงพลาสติก ถุงช้อปปิ้ง ถุงขยะ ฉลากพลาสติก

Facebook TH EN


ข่าวและกิจกรรม

ข่าวและกิจกรรม > พาณิชย์เมินส่งออกติดลบ Q1 ไทยขาดดุลค้ายับ1.49 แสนล.

    ตะลึงส่งออกสินค้า "เกษตร-อุตสาหกรรม" ส่งท้ายไตรมาส 1 ติดลบทั้งกระดาน "พาณิชย์" ดันทุรังยืนเป้าเพิ่ม 15% สวนทางสถิติ มี.ค.วูบสูงสุดในรอบ 4 เดือน "รมช.ภูมิ" ยันไม่สะท้านขาดดุลการค้า 1.49 แสนล้านบาท มั่นใจไตรมาส 2 ฉลุย

    นายภูมิ สาระผล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ผลสรุปการค้าระหว่างประเทศของไทยตลอดมีนาคม 2555 มียอดส่งออก 19,866 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 6.54% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนติดลบสูงสุดในรอบ 4 เดือน นับจากพฤศจิกายนติดลบ 12.44% ส่วนมูลค่าเป็นเงินบาท 606,449.7 ล้านบาท ลดลง 6.15% ส่วนนำเข้า 24,455 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 25.62% มูลค่าเป็นเงินบาท 755,769 ล้านบาท เพิ่ม 26.13% ทำให้ไทยขาดดุลการค้าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 4,589 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 1.49 แสนล้านบาท

    เมื่อรวมตลอดไตรมาสแรก (ม.ค.-มี.ค.) 2555 มีมูลค่า 54,641 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 3.92% คิดเป็น 1.69 ล้านล้านบาท ลดลง 1.63% นำเข้า 59,828 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 10.45% หรือคิดเป็น 1.87 ล้านล้านบาท เพิ่ม 12.96% ไทยขาดดุลทั้งสิ้น 5,186 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 1.8 แสนล้านบาท

    ส่วนสาเหตุเดือนมีนาคมสถิติลบสูงมาจากการส่งออกปี 2554 เติบโตแบบก้าวกระโดดจากปี 2553 มูลค่า 16,000 เป็น 20,000 ล้านเหรียญสหรัฐ บวกกับกำลังซื้อปีนี้ตลาดต่างประเทศชะลอตัว โดยเฉพาะญี่ปุ่น สหภาพยุโรป ลดลงค่อนข้างมาก สอดคล้องกับประมาณเศรษฐกิจของสถาบันการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ประเมินไตรมาสแรกทั่วโลกอาจจะชะลอตัวลง จากนั้นช่วงกลางปีจึงจะปรับตัวดีขึ้น จึงทำให้สินค้ากลุ่มเกษตร ข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง กลุ่มอุตสาหกรรมอยู่ในช่วงฟื้นฟู กลับสู่ปกติได้ กระทรวงพาณิชย์จึงคงเป้าหมายการเติบโตไว้คงเดิม 15%

    นายภูมิกล่าวว่า เดือนมีนาคมได้นำเข้าเพิ่มสินค้ากลุ่มต่าง ๆ คือ เชื้อเพลิง 68.27% สินค้าทุน 17.84% เครื่องจักรและส่วนประกอบ 42.44% วัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป 17.57% ยานพาหนะและอุปกรณ์ขนส่ง 26.95% และรถยนต์นั่ง 111.97% โดยไม่ได้กังวลการขาดดุลการค้าสูงมาก เพราะส่วนใหญ่เป็นเครื่องจักรและวัตถุดิบภาคโรงงาน อสังหาริมทรัพย์ และทองคำเพื่อมาเป็นสต๊อกสำรองในประเทศหลังตลาดโลกมีแนวโน้มอ่อนตัวลง จึงมั่นใจไตรมาส 2 นี้เป็นต้นไป การค้าระหว่างประเทศจะเป็นบวกทั้งหมด

    ทั้งนี้เมื่อแยกเป็นกลุ่มสินค้า การส่งออกเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรลดลง 21.3% คือ ข้าว 53.4% ยางพารา 34% ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง 37% ที่เพิ่มขึ้นคือ อาหาร 4.6% อาหารทะเลแช่แข็งไม่รวมกุ้ง 14.3% ไก่สดแช่แข็งและแปรรูป 14.7% กลุ่มอุตสาหกรรมลด 7.4% คือ เครื่องใช้ไฟฟ้า 7.4% สิ่งทอ 16.6% อัญมณีและเครื่องประดับ 53% สิ่งพิมพ์ 69.9% เครื่องเดินทางและเครื่องหนัง 11.1% เฟอร์นิเจอร์ 5.1% เพิ่มขึ้น

    เมื่อแยกรายตลาดลดลงทั้ง 3 กลุ่ม มี กลุ่มตลาดหลัก 4.7% คือ สหภาพยุโรป 15.3% ญี่ปุ่น 3.6% สหรัฐเพิ่ม 5.3% กลุ่มตลาดศักยภาพสูง 6% คือ อินเดียลด 5.7% ฮ่องกง 38.9% ไต้หวัน 15.2% อาเซียนเพิ่ม 2.7% อินโดจีนและพม่า 9.5% จีน 1.1% เกาหลีใต้ 9.1% กลุ่มตลาดศักยภาพรองก็ลดเช่นกัน คือ ออสเตรเลีย 15.4% ตะวันออกกลาง 2.4% สหภาพยุโรปใหม่ 12.2% แคนาดา 19.2% ยกเว้นละตินอเมริกาเพิ่ม 15.6% แอฟริกา 1.3% รัสเซีย 0.8% กลุ่มตลาดอื่น ๆ ลด 51.3% คือ สวิตเซอร์แลนด์ 61.3%

    ส่งผลให้รายได้รวมลดลง 3.92% เป็นผลมาจากการส่งออกสินค้าลดลงทุกหมวด คือ สินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร 8.2% จาก ข้าว มูลค่าลด 38.8% ปริมาณลด 48.2% ยางพารา มูลค่าลด 26.6% ปริมาณเพิ่ม 6.4% ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง มูลค่าลด 11.8% ปริมาณลด 4.7% กุ้งแช่แข็งและแปรรูป ลด 10.4% ส่วนสินค้าส่งออกเพิ่มขึ้น คือ อาหารทะเลแช่แข็งและกระป๋อง 5.2% ผัก ผลไม้สดและแช่แข็งกระป๋อง 0.1% ไก่สดแช่แข็งและแปรรูป 19.5% และอาหารอื่น ๆ 31.4% และน้ำตาล 41.2%สินค้าส่งออกอุตสาหกรรมลด 8.8% ได้แก่ เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ 8.5%

    เครื่องใช้ไฟฟ้า 10.2% ยานยนต์ลดลง 5.8% แต่ส่วนประกอบอุปกรณ์ยานยนต์ เพิ่ม 9% เม็ดและผลิตภัณฑ์พลาสติก 2.3% สิ่งทอ 15.3% อัญมณีและเครื่องประดับ 5.8% สิ่งพิมพ์ กระดาษและบรรจุภัณฑ์ 77.7% เครื่องเดินทาง 6.7% เฟอร์นิเจอร์ 6% เลนส์ 31.1% เครื่องใช้และเครื่องประดับตกแต่ง ลดลง 1.3% เครื่องมือแพทย์ 3.7% นาฬิกาและส่วนประกอบ 17.9% ของเล่น 9.7% ที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ยาง 9% เครื่องสำอาง 12.3% อาหารสัตว์เลี้ยง 21.1% และเครื่องกีฬา 13.2%

    นสพ.ประชาชาติธุรกิจ
    ประจำวันที่ 30 เมษายน - 2 พฤษภาคม 2555