ผู้ผลิตถุงพลาสติก ถุงช้อปปิ้ง ถุงขยะ ฉลากพลาสติก

Facebook TH EN


ข่าวและกิจกรรม

ข่าวและกิจกรรม > ศรีไทยฯ เล็งเปิดโรงงานใหม่

    ศรีไทยฯ ประกาศแผนลงทุน ทุ่มงบ 1 พันล้านบาท สร้างโรงงานใหม่-ขยายเครื่องจักร หวังเพิ่มกำลังผลิต รองรับตลาดโตเฉลี่ย 15%

    นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ เปิดเผยว่า ในปีนี้ บริษัทตั้งงบลงทุนรวม 1 พันล้านบาท เพื่อขยายโรงงานและเพิ่มกำลังการผลิตทั้งในและต่างประเทศ แบ่งเป็นการลงทุนกลุ่มธุรกิจเมลามีนกว่า 100 ล้านบาท โดยจะเปิดโรงงานใหม่ที่จังหวัดนครราชสีมา ในชื่อบริษัท โคราชไทยเทค จำกัด ซึ่งเป็นโรงงานผลิตเมลามีนเพื่อการส่งออกไปตลาดยุโรปและอเมริกา ใช้งบลงทุนธุรกิจพลาสติก 500-600 ล้านบาท ส่วนโรงงานเดิม 2 แห่งที่โคราชตอนนี้มีกำลังการผลิตเต็ม 100% โดยกำลังพิจารณาเพิ่มเครื่องจักรอีก 20 เครื่อง จากปัจจุบันมี 20 เครื่อง ส่วนงบที่เหลือเป็นการลงทุนในธุรกิจเครือข่ายเอสเนเจอร์อีก 150 ล้านบาท และการลงทุนในต่างประเทศ

    ขณะนี้ บริษัทได้ศึกษาขยายโรงงานผลิต ผลิตภัณฑ์เมลามีนและพลาสติกในประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้นทั้งเวียดนามและพม่า เนื่องจากปัญหาขาดแคลนแรงงาน และต้นทุนค่าแรงซึ่งต่ำกว่าไทยค่อนข้างมาก โดยล่าสุด ได้ลงทุนสร้างโรงงานพลาสติกที่เวียดนาม มูลค่า 300 ล้านบาท โดยจะใช้วิธีเพิ่มทุนอีก 65 ล้านบาท ในบริษัท ศรีไทย เวียดนาม จำกัด จากทุนจดทะเบียน 270 ล้านบาท ทั้งนี้ โรงงานพลาสติกดังกล่าว มีสัญญาผลิตกับบริษัทน้ำอัดลมยักษ์ใหญ่ 3 ปี คาดว่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้น 600 ล้านบาท จากที่ผ่านมา โรงงานที่เวียดนามมีรายได้ 350 ล้านบาท

    "ในอนาคต ศรีไทยจะใช้โรงงานผลิตที่ประเทศเวียดนาม ผลิตเพื่อการส่งออกด้วย รวมทั้งกำลังติดตามเงื่อนไขการลงทุนที่ชัดเจนในประเทศพม่าด้วย เพราะเป็นประเทศที่มีแรงงานจำนวนมาก ซึ่งปัจจุบันนี้บริษัทก็ใช้แรงงานจากพม่ากว่า 600 คน และกัมพูชาอีก 700 คน สำหรับโรงงานในประเทศ" นายสนั่นกล่าว

    อย่างไรก็ตาม ในเดือน เม.ย.นี้บริษัทจะปรับขึ้นราคาผลิตภัณฑ์เมลามีนอีก 10% จากต้นทุนค่าแรงที่เพิ่มขึ้นตามนโยบายรัฐบาล ขณะเดียวกันอยู่ระหว่างการพิจารณาปรับราคาผลิตภัณฑ์พลาสติก เพราะต้นทุนวัตถุดิบที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน ในช่วงไตรมาสที่ 2 คาดว่าจากปัญหาระหว่างอิหร่านและสหรัฐ ทำให้ราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้น รวมทั้งโรงงานผลิตเม็ดพลาสติกในประเทศได้รับผลกระทบน้ำท่วม จะกลับมาผลิตได้อีกครั้งในช่วงไตรมาส 2

    ขณะที่กลุ่มจาน ชาม ถังบรรจุภัณฑ์สีและถาดวางสินค้าที่เป็นพลาสติก และบรรจุภัณฑ์ด้านอาหารและเครื่องดื่ม เป็นที่ต้องการมากส่วนหนึ่งเป็นผลจากน้ำท่วม โดยศรีไทยฯ ต้องสั่งซื้อเม็ดพลาสติกจากจีนเข้ามาเพื่อรองรับความต้องการในประเทศ โดยที่ผ่านมา ตลาดพลาสติกโดยรวมมีอัตราการเติบโตปีละไม่น้อยกว่า 15%

    สำหรับแผนธุรกิจปีนี้ บริษัทจะมุ่งเน้นผลิตสินค้าประเภทบรรจุภัณฑ์อาหาร เครื่องดื่มเป็นหลัก รวมถึงถังบรรจุสี และบรรจุภัณฑ์สินค้าอุปโภคบริโภค จากเดิมที่มีสัดส่วนอยู่ประมาณกว่า 20% จะปรับเพิ่มเป็น 50% เพราะเป็นธุรกิจที่ไม่ต้องใช้แรงงานมาก และสามารถใช้หุ่นยนต์ในการทำงานได้ อีกทั้งยังเป็นธุรกิจที่เติบโตเร็ว จากเดิมที่บริษัทผลิตเฉพาะฝาขวด ในอนาคตจะทำธุรกิจเป่าขวดด้วย หลังจากปีนี้ เป็นปีแรกบริษัทจะทยอยยกเลิกการผลิตสินค้าประเภท ชิ้นส่วนยานยนต์และชิ้นส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้า เนื่องจากการผลิตสินค้าดังกล่าวต้องใช้แรงงานคนจำนวนมาก ไม่สามารถใช้หุ่นยนต์แทนได้ โดยปีนี้ บริษัทตั้งเป้ายอดขายรวม 7,800 ล้านบาท เพิ่มจากปีก่อนที่มียอดขายรวม 6,695 ล้านบาท ต่ำกว่าเป้าที่วางไว้ 6,700 ล้านบาท

    ส่วนธุรกิจเครือข่ายเอสเนเจอร์ นายสนั่น กล่าวว่า ปีนี้เน้นขยายตลาดทั้งในและภูมิภาคอาเซียน เพื่อรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน โดยจะเปิดเพิ่มอีกในปีนี้ ได้แก่ กัมพูชาและอินโดนีเซีย จากปัจจุบันได้เปิดตลาดแล้วใน 2 ประเทศ คือ พม่าและลาว และจะขยายให้ครบ 10 ประเทศในภูมิภาคนี้ รวมทั้งประเทศจีนด้วย โดยคาดว่าจะมีรายได้จากธุรกิจเครือข่ายเอสเนเจอร์ประมาณ 460 ล้านบาทในปีนี้ เพิ่มจากปีก่อนที่มีรายได้ 353 ล้านบาท และคาดว่าจะมีสมาชิกไม่ต่ำกว่า 1 แสนคน จาก 7 หมื่นคนในปีที่แล้ว

    นสพ.กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
    ประจำวันที่ 26 มกราคม 2555