ผู้ผลิตถุงพลาสติก ถุงช้อปปิ้ง ถุงขยะ ฉลากพลาสติก

Facebook TH EN


ข่าวและกิจกรรม

ข่าวและกิจกรรม > ศรีไทย\"เล็งเลิกผลิตชิ้นส่วนรถ-ไฟฟ้า

    ศรีไทยซุปเปอร์แวร์” เตรียมเลิกผลิตชิ้นส่วนรถยนต์และชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าในอีก 2 ปี เหตุต้องใช้แรงงานมาก ขณะที่ค่าแรงขั้นต่ำใกล้ปรับขึ้น

    นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการบริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนจะยกเลิกการผลิตสินค้าประเภท ชิ้นส่วนยานยนต์และชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้า เนื่องจาก เครื่องจักรที่บริษัทใช้ผลิตอยู่เป็นเครื่องจักรขนาดเล็ก ทำให้ขยายธุรกิจลำบาก อีกทั้งการผลิตสินค้าดังกล่าวต้องใช้แรงงานคนจำนวนมาก ไม่สามารถใช้หุ่นยนต์แทนได้ ประกอบกับในปีหน้ารัฐบาลประกาศปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 300 บาทด้วย

    แต่ทั้งนี้ บริษัทจะค่อยๆ ทยอยปรับลดสัดส่วนธุรกิจสินค้าทั้ง 2 ประเภทลง จากเดิมที่มีสัดส่วนธุรกิจรวมกัน 10% คิดเป็นมูลค่า 650 ล้านบาท ปีหน้าจะปรับเหลือเพียง 5% คิดเป็นมูลค่า 350 ล้านบาท โดยจะเลิกการผลิตอย่างถาวรในอีก 2 ปีข้างหน้า สำหรับเครื่องจักรที่ใช้ผลิตชิ้นส่วนทั้ง 2 ประเภท มีมูลค่าประมาณ 100 ล้านบาท จะขายให้กับบริษัทขนาดเล็กที่ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ถือหุ้นอยู่

    "จากนี้ไปบริษัทจะไม่รับงานใหม่ สำหรับสินค้าชิ้นส่วนรถยนต์ และชิ้นส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้า โดยรับทำเฉพาะงานจากลูกค้าเก่าที่มีแม่พิมพ์อยู่แล้วเท่านั้น เพราะการที่บริษัทใช้เครื่องจักรขนาดเล็กผลิต ทำให้ขยายธุรกิจลำบาก ลงทุนไม่คุ้มค่า" นายสนั่นกล่าว

    นายสนั่น กล่าวต่อว่า ในอนาคตบริษัทจะหันมาเน้นผลิตสินค้าประเภทบรรจุภัณฑ์เป็นหลัก จากเดิมที่มีสัดส่วนอยู่ประมาณกว่า 20% จะปรับเพิ่มเป็น 50% เพราะเป็นธุรกิจที่ไม่ต้องใช้แรงงานมาก และสามารถใช้หุ่นยนต์ในการทำงานได้ อีกทั้งยังเป็นธุรกิจที่เติบโตเร็ว โดยเฉพาะบรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม จากเดิมที่บริษัทผลิตเฉพาะฝาขวด ในอนาคตจะทำธุรกิจเป่าขวดด้วย

    ล่าสุด บริษัทได้ร่วมทุนกับบริษัท TRUYST IMPORT ประเทศเนเธอร์แลนด์ บริษัทผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเมลามีนรายใหญ่ในยุโรป เพื่อทำโคแบรนด์สินค้าเมลามีนสำหรับโรงแรม ร้านอาหาร และงานจัดเลี้ยง (HORECA) ระดับ 5-6 ดาว ภายใต้ชื่อ TRUYST IMPORT by SUPERWARE โดยบริษัท TRUYST จะรับผิดชอบในการจัดจำหน่ายแถบยุโรป ขณะที่ศรีไทยซุปเปอร์แวร์จะรับผิดชอบด้านการผลิตและจัดจำหน่ายในสาขาของบริษัท 110 ประเทศทั่วโลก

    นอกจากนี้ บริษัทได้มีการปรับเป้ายอดขายปีนี้เหลือเพียง 6,550 ล้านบาท จากเป้ายอดขายตั้งไว้ 6,700 ล้านบาท เนื่องจากผลกระทบจากน้ำท่วม ทำให้ไม่สามารถส่งชิ้นส่วนรถยนต์และชิ้นส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้าให้ลูกค้าหลายราย เนื่องจากลูกค้าตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งประสบภัยพิบัติในครั้งนี้ ตลอดจนแพลเลทพลาสติกและลังใส่ชิ้นส่วนอุตสาหกรรมต่างๆ ก็พลอยได้รับผลกระทบไปด้วย

    นสพ.กรุงเทพธุรกิจ
    ประจำวันที่ 1 ธันวาคม 2554