ผู้ผลิตถุงพลาสติก ถุงช้อปปิ้ง ถุงขยะ ฉลากพลาสติก

Facebook TH EN


ข่าวและกิจกรรม

ข่าวและกิจกรรม > \"กรีนโปรดักต์\" สูตร \"วิน-วิน\" ยกอิมเมจ-ลดต้นทุน

    เริ่ม เป็นเทรนด์ฮิตในวงการเมื่อปัจจุบันหลายสินค้าในตลาดเริ่มหันมาชูยุทธศาสตร์ "ลดโลกร้อน" หรือนำเสนอสินค้าในรูปแบบ "กรีนโปรดักต์" เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต ที่ชัดเจนและเพิ่งประกาศแผนไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้วกับ "พรานทะเล" บริษัทลูกของ "ยูเนี่ยน โฟรเซ่นส์ โปรดักส์" หรือยูเอฟพี ขณะที่ปีที่แล้ว "ยูนิลีเวอร์" ก็ประกาศ ยุทธศาสตร์ใหม่ทั่วโลกกับเรื่องนี้เช่นเดียวกัน

    กับเป้าหมายที่จะลดผลกระทบต่อ สิ่งแวดล้อมที่เกิดจากสินค้าของยูนิลีเวอร์ลงครึ่งหนึ่งภายในปี 2563 และสร้างการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืนในอีก 10 ปีข้างหน้าด้วยรายได้ทั่วโลก ที่เติบโตเป็น 2 เท่า

    สิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้เมื่อค่ายใหญ่เริ่มปรับตัวไปสู่แนวทางดังกล่าว

    สิ่ง ที่จะเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม อย่างแน่นอน คือ นวัตกรรมสินค้าและแพ็กเกจจิ้งที่จะออกมาตอบโจทย์เรื่องการลดโลกร้อน การแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม

    นั่นหมายถึงแนวทางการแข่งขันที่จะค่อย ๆ เปลี่ยนไป

    เพราะเมื่อยักษ์ใหญ่เคลื่อนตัวก็ส่งผลให้คู่แข่งอื่น ๆ ที่อยู่ในตลาดต้องปรับตัวตามไปด้วยอย่างเสียมิได้

    หาก มองในมุมของผู้ประกอบการ ยุทธศาสตร์ใหม่นี้ถือเป็น "วิน-วินโซลูชั่น" ตามคำเปิดเผยของ "อนุรัตน์ โค้วคาสัย" ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาดและฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท พรานทะเล มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ระบุชัดว่า สิ่งที่ได้จาก "ข้าวต้มพรานทะเลลด โลกร้อน" ซึ่งเปิดตัวเมื่อตุลาคมปีที่แล้ว และถือเป็นสินค้าตัวแรกที่คลอดออกมาตามนโยบายใหม่ที่เป็นการปรับแพ็กเกจจิ้ง จากถ้วยพลาสติกมาอยู่ในรูปแบบซอง

    "นอกจากเป็นผลดีต่อสิ่งแวดล้อม แล้ว ยังช่วยลดต้นทุนที่เป็นพลาสติกลง 65% ทำให้ลดต้นทุนต่อถ้วยลง 3-5 บาท เราจึงลดราคาสินค้าจากถ้วยละ 49 บาท เหลือ 39 บาท ทำให้ผู้บริโภคซื้อสินค้าได้ถูกลง ถือเป็นวิน-วินโซลูชั่น"

    เขาระบุ ว่า พรานทะเลเป็นรายแรกในกลุ่มธุรกิจอาหารที่ทำเรื่องนี้อย่างจริงจัง มั่นใจว่าจะช่วยยกอิมเมจให้กับแบรนด์พรานทะเล และสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง

    "แบรนด์สามารถยืนอยู่ได้ในระยะยาว จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับเรื่องสิ่งแวดล้อม และมีความรับผิดชอบต่อสังคม"

    พราน ทะเลตั้งเป้าว่าจะปรับแพ็กเกจจิ้งทุกตัวให้ตอบโจทย์เรื่องลดโลกร้อนภายใน 1-2 ปีข้างหน้า โดยรวมคาดว่าจะทำให้ต้นทุนสินค้าของพรานทะเลลดลงไม่ต่ำกว่า 20%

    ตัวอย่างที่ชัดเจนของแรงสั่นสะเทือนเบอร์ 1 จากกรณี "คอมฟอร์ท อัลตร้า" จากค่ายยูนิลีเวอร์เพื่อตอบรับนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของยูนิลีเวอร์ทั่วโลก ช่วยลดขั้นตอนการซักผ้าจากการล้าง 3 น้ำเหลือน้ำเดียว ทำให้ลดการใช้น้ำลง

    อย่าง ที่รู้ว่ายูนิลีเวอร์เป็นผู้นำตลาดผลิตภัณฑ์ซักล้าง ไม่แปลกที่เมื่อต้นปีพีแอนด์จีคู่แข่งรายสำคัญต้องส่ง "ดาวน์นี่ สูตรน้ำเดียว" เข้าสู่ตลาดเช่นเดียวกัน

    ช่วงหลายปีหลังยูนิลีเวอร์ พยายามเปลี่ยนเกมการแข่งขันในตลาดผลิตภัณฑ์ซักล้างมาโดยตลอดกับทุกผลิตภัณฑ์ ทั้งบรีส โอโม คอมฟอร์ท และซันไลต์ ที่ผลักดันการออกสูตร "เข้มข้น" เข้ามาสู่ตลาดที่ทำให้ประหยัดการใช้น้ำ แพ็กเกจจิ้งที่สำคัญคือมาร์จิ้นที่สูงกว่าสูตรแบบทั่ว ๆ ไป ซึ่งทำให้ทุกค่ายต้องปรับตัวตามเกมของยักษ์ใหญ่รายนี้

    รายของเครือ สหพัฒน์แม้จะไม่ได้มีความชัดเจนในแง่ของนวัตกรรม หรือแพ็กเกจจิ้ง แต่สิ่งที่ชัดเจนที่สุดคือเรื่องของ "ชื่อ" ที่คิดอย่างง่าย ๆ แต่ชัดเจน คือการนำแบรนด์ "ซื่อสัตย์" กลับมาปัดฝุ่นใหม่เพื่อให้เป็นตัวแทนของความซื่อสัตย์ ที่เน้นเรื่องคุณธรรม จริยธรรม เป็นสินค้าคุณภาพดี มีประโยชน์ ในราคาไม่แพง เพื่อสร้างความแตกต่างโดยครอบคลุมในหลายแคทิกอรี่ อาทิ ยาสีฟัน, บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป, กระดาษชำระ และผงซักฟอก ฯลฯ

    ที่ชัดเจนคือ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปซื่อสัตย์ที่ไม่ใส่ผงชูรส เพื่อให้สอดคล้อง กับตำแหน่งของแบรนด์ที่เน้นโปรดักต์ที่มีคุณภาพและมีประโยชน์ เจาะกลุ่มคนที่ห่วงใยสุขภาพโดยเฉพาะ ซึ่งทำให้แบรนด์ซื่อสัตย์ชัดเจนขึ้นและย่อมส่งผลดีต่อภาพลักษณ์ของเครือสห พัฒน์ที่แสดงถึงความใส่ใจต่อสังคมอีกทางหนึ่ง

    อนาคตคงจะเห็นสินค้าต่าง ๆ พาเหรดกันชูกลยุทธ์นี้กันมากขึ้น

    แต่คงอยู่ที่ว่าใครจะทำได้ตรงและชัดเจนกว่ากัน ที่แน่ ๆ งานนี้มีแต่ "วิน-วิน" เท่านั้น
     

     

     ขอขอบคุณข้อมูลจาก
    www.prachachat.net